วันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

นิราศเบี้ยวรัมย์ (ไอติมกัญชา)


จากเมืองคอน รอนแรม จากบ้านมา
ถึงบ้านนา ยามเย็นย่ำ ค่ำคืนแรก
กินบ้านนา นอนปราจีน ใช่เรื่องแปลก
ผ่านคืนแรก กินนอนเที่ยว เดี๋ยวก็ผ่าน

วันที่สอง รองอุทัย ชวนไปเที่ยว
กินก๊วยเตี๋ยว กินส้มตำ ยำผลไม้
หลวงเหลิมสั่ง ทั้งลาบเป็ด ทั้งเหนียว-ไก่
อิ่มเอมใจ ได้เที่ยวกิน จนสิ้นวัน

อีกวันถัด นัดเพื่อนบัง นั่งรถมา
พบกันหน้า ร้านเพื่อนเสือ เพื่อไปต่อ
ไม่ต้องคอย เพื่อนมาครบ รถจอดรอ
เดินทางต่อ เหลิม ทัย บัง นั่งขบกัน

หลวงทัยขับ หลวงเหลิมนั่ง บังได้พลอย
ส่วนหลวงอ้อย ผลอยหลับไป ไม่ทันรู้
ถึงชุมพวง หลวงโรจน์คอย นานพอดู
ดีใจอยู่ เพื่อนๆมา หาถึงเริน

บ่ายเที่ยวต่อ พอคุ้มค่า มาโคราช
เมืองปราสาท หินโบราณ อันลือเลื่อง
โทรประสาน เพื่อนเบี้ยวรัมย์ คนใจเขื่อง
จนได้เรื่อง นัดพบกัน ร้านกาแฟ

ร้านกาแฟ ไม่เหลียวแล กาแฟสด
ขี้ชะมด ขี้ใดๆ ไม่ดีกว่า
ขอไอติม สูตรขาใหญ่ ใส่กัญชา
บังสั่งมา ได้ลิ้มลอง ต้องใจจริง

นั่งรถกลับ หลวงโรจน์ขับ พับกลางคัน
อีกไม่นาน บังเริ่มหาว เมางัวเงีย
หลวงทัยขับ (แทน) นั่งบายใจ ไม่เปลี่ยนเกียร์ (ออโต้)
ไม่ทันเพลีย ถึงชุมพวง ง่วงโงนเงน

ไม่นานเบี้ยว เลี้ยวมาถึง จึงรู้ว่า
เมากัญชา ตาว้องแว้ง แรงโผเผ
หลวงอ้อยเมา หลวงเหลิมแข็ง แรงยังดี
มอบหน้าที่ นำบังส่ง โรงพยาบาล

เมาถ้วนหน้า ไม่คิดว่า ไอติมเมา
คนอย่างเรา เดาได้ว่า ยังอ่อนวัย
ให้รู้ว่า วันข้างหน้า อย่าเผลอใจ
จะเชื่อใคร อย่าเชื่อเบี้ยว เลี้ยวผิดซอย



นิพนธ์ / ร้อยกรอง


วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566

ทุเรียนยืนต้นตาย EP5


 https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02PLgCxYAC7KNbZeSwDUfgoqAt9DPh1VHQdjy8GD2vkanCo4oJ85LFJJdRY2HfEhsWl&id=100054534755571&mibextid=Nif5oz

ทุเรียนยืนต้นตาย EP4


 https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0wy53fb76LDJnEUqAt8knoEE468VgUrT7ksQQR8EPHa9H5ymmoTJA7ge4ucju8Uzpl&id=100054534755571&mibextid=Nif5oz

ทุเรียนยืนต้นตาย EP3

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02Ag8UDPp3twhPThjbSJ4hHuvFM6br9cERzzXTwTkzroeppnKLhkvGptjw7pyiwkx7l&id=100054534755571&mibextid=Nif5oz
 

ทุเรียนยืนต้นตาย EP2


 https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0Mec9EXfe2Y6VDPvQrWu6JYsCCtMwyKxqvuS3D84AvABoUv77nGU6EuLrbb3maebyl&id=100054534755571&mibextid=Nif5oz

ทุเรียนยืนต้นตาย EP1



https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0AQx43DASSiQerAKmAtSQEGS8vzoCbYfPtRR9kRsCpdGGDE6QG8ocGpEdcrUGvEG6l&id=100054534755571&mibextid=Nif5oz


 

วันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ตัวช่วยกำจัดโรคทุเรียน


 การป้องกันกำจัดโรคพืช โดยไม่ใช้สารเคมี

การควบคุมป้องกันโรคพืชด้วย ดินภูเขาไฟ ภูผา 999

สถานการณ์ การทำการเกษตรในประเทศไทย ส่วนใหญ่อาศัยการใช้สารเคมีเป็นหลัก บางครั้งอาจเรียกได้ว่า ใช้สารเคมีจนเกินความจำเป็น หรือเกินพอดี ด้วยซ้ำไป ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ยากำจัดโรคพืช ยากำจัดวัชพืช ฮอร์โมนต่าง ๆส่งผลให้ ต้นทุนการผลิตสูง โรค และแมลงศัตรูพืชดื้อยา ดินเสื่อม และดินเป็นกรดจัดตามมา ฯลฯ วันนี้จึงขอแนะนำการหันกลับมานับหนึ่งกับการจัดการดินอย่างถูกวิธี ตามขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ ๑ การวัดค่าทางเคมีในดิน หรือที่เรียกว่าค่าความเป็นกรด เป็นด่าง หรือที่นักวิชาการเรียกว่า ค่า PH ดิน นั่นเอง การวัดจะต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ เรียกว่า PH Meter ซึ่งเครื่องมือนี้จำเป็นอย่างยิ่งต่อเกษตรกร ค่า PH มีค่า ๑-๑๔ ค่ากลางคือ ๗ ถ้าตัวเลขต่ำ เรียกว่าเป็นกรด ถ้ายิ่งต่ำก็คือกรดจัด ส่วนค่าที่เกิน ๗ เรียกว่าเป็นด่าง ยิ่งค่าตัวเลขมากยิ่งเป็นด่างจัด แต่เท่าที่พบส่วนใหญ่ จะเป็นกรด เนื่องจากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ส่วนค่าดินที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืช ค่า PH อยู่ที่ ๕.๕-๖.๕ หากพบว่าดินเป็นกรดจัด ค่า ๑ หรือ ๒ หรือ ๓ หรือ ๔ หรือ ๕ ล้วนมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช และการเกิดโรคพืชอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดินเป็นกรด ส่งผลเสียต่อพืชอย่างน้อย ๒ ประการ หลัก ๆคือ 

ดินกรด จะตรึงธาตุอาหารเอาไว้ ไม่ปลดปล่อยให้พืชดูดไปใช้ได้

ดินกรด จะเป็นปัจจัยเอื้อทำให้เกิดโรคพืชได้ง่าย เพราะเชื้อโรคจะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินกรด

ขั้นที่ ๒ ใช้สารปรับปรุงดิน ที่เป็นแร่ธรรมชาติ และต้องเน้นที่มีความเป็นด่างสูงพอ (แก้กรด แก้ด้วยด่าง) ที่จะแนะนำ คือ ดินภูเขาไฟ ภูผา 999 ที่มีค่า PH อยู่ที่ 9.97 (ตรวจวิเคราะห์ และรับรองโดยสถาบันนิวเคลียร์ และห้องปฏิบัติการของกรมพัฒนาที่ดิน นอกจากมีสภาพเป็นด่าง ที่สามารถใช้แก้ปัญหาดินกรดได้เป็นอย่างดีแล้ว ในดินภูเขาไฟ ภูผา 999 ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช ทั้ง ฟอสฟอรัส โปตัสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม ซิลิคอน ฯลฯ ซึ่งนับว่าเป็นผลพลอยได้อีกมากมาย 

วิธีใช้ ดังนี้

ตัดหญ้าบริเวณโคนต้น หรือในสวนให้โล่งเตียน

วัด PH ดินก่อนใช้ดินภูเขาไฟ และจดบันทึกไว้

หว่านดินภูเขาไฟให้ทั่วใต้ทรงพุ่ม อัตรา 1-5 กิโลกรัม ตามขนาดของทรงพุ่ม และความรุนแรงของดินกรด และความรุนแรงของอาการโรคที่ปรากฏ

ให้น้ำให้ดินชุ่ม เพื่อละลายดินภูเขาไฟ ให้เกิดปฏิกิริยา เกิดประสิทธิภาพสูง

หมั่นสังเกตอาการ และวัด PH ซ้ำหลังใช้ดินภูเขาไฟไปได้ 15 วัน

หมายเหตุ  การใช้ดินภูเขาไฟอย่างถูกวิธี รู้คุณค่า ใช้เพื่อแก้ปัญหาดินกรด จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคพืชลงได้ (ไม่ใช่ยากำจัดโรคแต่อย่างใด) เรียกว่า “ป้องกันเอาไว้ ดีกว่ารักษา” ต้นทุนถูกกว่าอย่างแน่นอน


รับรองคุณภาพโดย : คุณนิพนธ์ สุขสะอาด อดีต เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช โทร. 064 998 7737

การป้องกันกำจัดโรคพืช โดยไม่ใช้สารเคมี

การควบคุมป้องกันโรคพืชด้วย จุลินทรีย์ กรีนพลัส

สถานการณ์ การทำการเกษตรในประเทศไทย ส่วนใหญ่อาศัยการใช้สารเคมีเป็นหลัก บางครั้งอาจเรียกได้ว่า ใช้สารเคมีจนเกินความจำเป็น หรือเกินพอดี ด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะการจัดการดิน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด แต่หลายคนกลับมองข้าม และไปให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นแทน เช่น การใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ยากำจัดโรคพืช ยากำจัดวัชพืช ฮอร์โมนต่าง ๆส่งผลให้ ดินเสื่อม ดินตาย ดินขาดอินทรียวัตถุ ขาดจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ต้องใช้ต้นทุนการผลิตสูง โรค และแมลงศัตรูพืชดื้อยา ผลผลิตตกต่ำ ฯลฯ วันนี้จึงขอแนะนำการหันกลับมานับหนึ่งกับการจัดการดินอย่างถูกวิธี ด้วยจุลินทรีย์ “กรีนพลัส”ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์และจำเป็นจะต้องมีคู่กับดินของเรา โดยคณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้คัดสรรเอาจุลินทรีย์สายพันธุ์ดี ๕ สายพันธุ์ (ประกอบด้วย ไตรโคเดอร์มา บาซิลลัส แลคโตบาซิลลัส ไมคอร์ไรซ่า และ แซคคาโรไมซ์) ตามขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ ๑ การเตรียมการ ใช้จุลินทรีย์ กรีนพลัส ขนาด ๑ ซอง ๕๐๐ กรัม ผสมน้ำสะอาด ๒๐๐ ลิตร และน้ำตาลทรายแดง ๑ กิโลกรัม หมักในที่ร่มทิ้งไว้ ๒๔-๓๖ ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นให้จุลินทรีย์แตกตัว ขยายพันธุ์ และมีอาหาร (น้ำตาล) อย่างสมบูรณ์

ขั้นที่ ๒ การนำไปใช้ นำน้ำจุลินทรีย์ไปฉีดพ่นลงดิน บริเวณใต้ทรงพุ่ม ต้นละ ๒-๓ ลิตร ก่อนฉีดพ่นจะต้องให้น้ำให้ชุ่ม และควรฉีดในช่วงเย็น จุลินทรีย์จะได้ออดฤทธิ์ได้ดี จากนั้นพยายามรักษาความชื้นในแปลงให้ชื้นอยู่ตลอด จะช่วยให้จุลินทรีย์ทำงานได้ดี ช่วยกำจัดเชื้อโรคพืชทุกชนิด และทำงานร่วมกันได้ในลักษณะเสริมแรงเสริมฤทธิ์กัน และการใช้ปุ๋ยอินทรีย์อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้จุลินทรีย์ขยายพันธุ์ได้ดีอีกด้วย

หมายเหตุ  การใช้จุลินทรีย์ กรีนพลัส อย่างถูกวิธี รู้คุณค่า ใช้เพื่อแก้ปัญหาเชื้อโรคในดิน จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคพืชลงได้ (กรีนพลัส เป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่ยากำจัดโรคแต่อย่างใด) ห้ามใช้ผสมกับสารเคมี หรือฮอร์โมนพืช หรือสารกำจัดโรคพืชอื่น ๆ แต่จะทำหน้าที่ดักจับ โจมตี เข้าทำลายเชื้อโรคที่จะมาทำลายพืชของเรา เรียกว่า “ป้องกันเอาไว้ ดีกว่ารักษา” ต้นทุนถูกกว่าอย่างแน่นอน


รับรองคุณภาพโดย : คุณนิพนธ์ สุขสะอาด อดีต เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช โทร. 064 998 7737










การป้องกันกำจัดโรคพืช โดยไม่ใช้สารเคมี

การควบคุมป้องกันกำจัดโรคพืชด้วย โอซิล 

สถานการณ์ การทำการเกษตรในประเทศไทย ส่วนใหญ่อาศัยการใช้สารเคมีเป็นหลัก บางครั้งอาจเรียกได้ว่า ใช้สารเคมีจนเกินความจำเป็น หรือเกินพอดี ด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะ การใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ยากำจัดโรคพืช ยากำจัดวัชพืช ฮอร์โมนต่าง ๆส่งผลให้ ต้นทุนการผลิตสูง โรค และแมลงศัตรูพืชดื้อยา การแพร่ระบาดของโรคพืชนับวันจะรุนแรง เฉียบพลัน และยากแก่การรักษาเยียวยา โดยเฉพาะโรครากเน่า ราสีชมพู ฟิวซาเรี่ยม และอื่น ๆ แต่ท่ามกลางความโชคร้าย ยังมีความโชคดีที่ทีมงานนักวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้คิดค้นสารไฮบริด ที่เป็นอนุมูลขนาดจิ๋ว หรือนาโน โดยใช้สารตั้งต้นจากวัสดุจากธรรมชาติ ที่ได้จากเปลือกกุ้ง เปลือกปู ที่เรียกว่า         ไคโตซาน ที่เป็นโมเลกุลสายยาว หรือโมเลกุลใหญ่ (โพลิเมอร์) พืชยังดูดไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ ต้องผ่านกระบวน การย่อยสลายก่อน นักวิจัยได้นำไคโตซานมาผ่านกระบวนการสกัดด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง ให้เป็นโมเลกุลสายสั้น และโมเลกุลเดี่ยว (โอลิโกเมอร์ & โมโนเมอร์) ที่สามารถซึมผ่านผนังเซลพืช ท่อน้ำท่ออาหาร และปากใบพืช พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที และกระบวนการผลิตนี้ ยังได้นำเอา ซิลเวอร์นาโน สารสกัดจากแร่เงินบริสุทธิ์ ให้เป็นโมเลกุลนาโน (ประจุบวก) ที่สามารถกำจัดเชื้อโรค (ประจุลบ) ได้ทั้งเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัส ในขวดเดียวกัน โอซิล จึงเป็นสารกำจัดโรคพืชที่คุ้มค่าที่สุด สามารถกำจัดเชื้อก่อโรคได้ทุกชนิด ใช้ในอัตราที่ต่ำ และไม่ต้องขูดแผลในกรณีที่ใช้กับโรครากเน่าโคนเน่าของต้นทุเรียน ตามคำแนะนำ ดังนี้

ขั้นที่ ๑ การผสมยา ถ้าจะใช้ในเชิงป้องกันโรค ใช้ในอัตรา ๑ : ๑,๐๐๐ ผสมน้ำฉีดทรงพุ่มใบ ลำต้น และกิ่ง ให้ทั่ว ๑๕-๓๐ วัน /ครั้ง ติดต่อกัน ๒-๓ ครั้ง หรือถ้าจะใช้ในเชิงรักษาโรคใช้ในอัตรา ๑ : ๕๐๐ ครั้งแรกผสมน้ำฉีดทรงพุ่มใบ ลำต้น และกิ่ง ส่วนครั้งที่ ๒-๓ ฉีดพ่นเฉพาะลำต้น และแผลที่เป็นโรค ครบ ๓ ครั้ง แล้วใช้ในส่วนผสมอัตราเดิม ฉีดพ่นทุก ๑๕ วัน อีก ๒ ครั้ง อาการของโรคจะหยุด แผลแห้ง และพืชจะค่อย ๆงอกเนื้อเยื่อใหม่มาแทน สังเกตว่า ถ้าหาย พืชจะค่อย ๆแตกใบ และกิ่งใหม่ให้เห็นอย่างรวดเร็ว 

ขั้นที่ ๒ หลังจากการใช้ยาครบ จำนวนครั้ง ให้เฝ้าสังเกตอาการแผล ว่ามีอาการแห้ง และมีเนื้อเยื่องอกมาใหม่ โดยผิวเปลือกต้นของเดิมจะค่อย ๆแตกปริ และมีร่องตามแนวดิ่ง แสดงว่าต้นฟื้น งอกเนื้อเยื่อใหม่ จะต้องเร่งให้ธาตุอาหารที่ช่วยฟื้นต้น สร้างเนื้อเยื่อ และสร้างภูมิต้านทาน ต่อไป ในช่วงนี้อย่าให้พืชขาดน้ำเป็นอันขาด เพราะการขาดน้ำในระยะฟื้นตัว อาจชะงักหรือช๊อก และอาจถึงตายได้ 

หมายเหตุ  การใช้โอซิล สารไฮบริด นาโน เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่มีเคมีเจือปน ไม่เป็นอันตรายกับคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ห้ามใช้ร่วมกับฮอร์โมนพืช ยากำจัดโรคพืชทุกชนิด แต่ถ้ามีความจำเป็นสามารถใช้ร่วมกับยาฆ่าแมลงได้ แต่ถ้าให้ดีที่สุด คือ การป้องกันเอาไว้ก่อน โดยดูแลต้นพืชให้แข็งแรง จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคพืชลงได้ เรียกว่า “ป้องกันเอาไว้ ดีกว่ารักษา” ต้นทุนถูกกว่าอย่างแน่นอน


รับรองคุณภาพโดย : คุณนิพนธ์ สุขสะอาด อดีต เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช โทร. 064 998 7737




การป้องกันกำจัดโรคพืช โดยไม่ใช้สารเคมี

การฟื้นต้นทุเรียนหลังจากหายป่วย หรือการเร่งการเจริญเติบโต ให้พืชแข็งแรง มีภูมิต้านทานที่ดี ด้วยจีพลัส 

สถานการณ์ เกษตรกรส่วนใหญ่ในประเทศไทย นิยมการดูแลจัดการสวนด้วยการใช้สารเคมีตามกระแส บางครั้งอาจเรียกได้ว่า ใช้สารเคมีจนเกินความจำเป็น หรือเกินพอดีด้วยซ้ำ  โดยเฉพาะ การใช้ปุ๋ยเคมี และฮอร์โมนต่าง ๆที่ใช้อย่างฟุ่มเฟือย ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูง การทำการเกษตรตามกระแส โดยขาดความเข้าใจอย่างแท้จริง บางครั้งถ้าพลาดในเรื่องการป้องกันโรค เมื่อเจออาการที่ไม่พึงประสงค์ อาจสายเกินแก้ การใช้ จีพลัส สารกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช  โดยทีมงานนักวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้คิดค้นสารกระตุ้นการเจริญเติบโต ที่เป็นโมเลกุลขนาดจิ๋ว หรือนาโน โดยใช้สารตั้งต้นจากวัสดุจากธรรมชาติ ที่ได้จากเปลือกกุ้ง เปลือกปู ที่เรียกว่า         ไคโตซาน ที่เป็นโมเลกุลสายยาว หรือโมเลกุลใหญ่ (โพลิเมอร์) พืชยังดูดไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ ต้องผ่านกระบวน การย่อยสลายก่อน นักวิจัยได้นำไคโตซานมาผ่านกระบวนการสกัดด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง ให้เป็นโมเลกุลสายสั้น และโมเลกุลเดี่ยว (โอลิโกเมอร์ & โมโนเมอร์) ที่สามารถซึมผ่านผนังเซลพืช ท่อน้ำท่ออาหาร และปากใบพืช พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที กรีนพลัส สามารถนำไปใช้ในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชได้ทุกชนิด ทำให้พืชแข็งแรง มีภูมิต้านทานที่ดี ใช้บำรุงใบ ยอด การสะสมอาหาร และเร่งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ จึงเหมาะกับพืชในระยะฟื้นต้นหลังเก็บเกี่ยว หลังจากหายป่วย หรือหลังจากเคลื่อนย้ายไม้เข่งลงหลุม ตามคำแนะนำ ดังนี้

ขั้นที่ ๑ การผสมยา ๑ : ๑,๐๐๐ ผสมน้ำฉีดทรงพุ่มใบ ใต้ใบ ลำต้น และกิ่ง ให้ทั่ว ๑๕-๓๐ วัน /ครั้ง ติดต่อกัน  ๒-๓ ครั้ง โดยพบว่า การใช้จีพลัส ฉีดพ่นทุก ๑๕ วัน หลังจากที่หายจากอาการของโรค พืชจะค่อย ๆงอกเนื้อเยื่อใหม่มาแทน สังเกตว่า ถ้าหาย พืชจะค่อย ๆแตกใบ และกิ่งใหม่ให้เห็นอย่างรวดเร็ว 

ขั้นที่ ๒ หลังจากการใช้ยาครบจำนวนครั้ง พืชจะสร้างเนื้อเยื่อออกมาใหม่ โดยผิวเปลือกต้นของเดิมจะค่อย ๆแตกปริ และมีร่องตามแนวดิ่ง แสดงว่าต้นฟื้น งอกเนื้อเยื่อใหม่ ให้สังเกตว่าถ้าแค่แผลแห้งอย่างเดียว ต้นพืชอาจจะไม่หาย และอาจจะตายในที่สุด แต่ถ้าแผลแห้ง และงอกเนื้อเยื่อใหม่มาแทนแผลที่เป็นโรค นั่นคือการหายที่แท้จริง 

หมายเหตุ  การใช้จีพลัส นาโน เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่มีเคมีเจือปน ไม่เป็นอันตรายกับคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ห้ามใช้ร่วมกับฮอร์โมนพืช ยากำจัดโรคพืชทุกชนิด แต่ถ้ามีความจำเป็นสามารถใช้ร่วมกับยาฆ่าแมลงได้ แต่ถ้าให้ดีที่สุด คือ การป้องกันเอาไว้ก่อน โดยดูแลต้นพืชให้แข็งแรง จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคพืชลงได้ เรียกว่า “ป้องกันเอาไว้ ดีกว่ารักษา” ต้นทุนถูกกว่าอย่างแน่นอน


รับรองคุณภาพโดย : คุณนิพนธ์ สุขสะอาด อดีต เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช โทร. 064 998 7737





วันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2566

สมน้ำหน้ามัน


สม...ใจหวัง นั่งเหนือคน ผู้จนยาก

น้ำ...ตาพราก หลากท่วมใจ ใครไม่เห็น

หน้า...ที่ทำ กรรมย้อนแยก แตกกระเซ็น

มัน...จึงเป็น เช่นวันนี้ ที่ต้องปลง

นิพนธ์/ร้อยกรอง


วันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ภาษาการเมือง



"แลนด์สไลด์" ลื่นไปไกล กว่าที่คิด
ทวนสักนิด ที่คุณคิด ติดตรงไหน
เอ็ม โอ ยู รวมกันอยู่ ทิ้งกันตาย
"แล้วเป็นไง ?" ทำเพื่อใคร ? ช่วยตอบที

นิพนธ์ / ร้อยกรอง

 

วันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

การเมือง เรื่องของทุกคน


 อย่าเร่ง อย่ารีบ เกาะกันให้แน่น เป็นรัฐบาลแน่นอน


แปดพรรค สามร้อยกว่า ถ้า สว ไม่โอเค ปล่อยให้พรรคลำดับสาม ตั้งไป มีพวกมากเฉพาะวันตั้ง แต่หลังจากนั้นโดดเดี่ยว เสียงข้างน้อย ทำอะไรได้ ปล่อยให้ดี๊ด๊าไปไม่เกิน 9 เดือน เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ สว ช่วยไม่ได้ มีทางออกสองทาง หนึ่งลาออก สองยุบสภา 


สถานการณ์ตระบัดสัตย์ ไม่กล้ายุบ ตั้งรัฐบาล ขั้ว 8 พรรค สามร้อยกว่า สว หมดอำนาจ สูตรนี้มั่นคง นั่งยาว #ยกเว้นสะดุดขาตัวเอง

วันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ล่วงหน้า ดีลลับข้ามช๊อตการเมือง


 ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2566

วิเคราะห์ฟันธง ทำนายล่วงหน้า ว่าพิธา ไม่ได้เป็นนายก เพราะแรงเสียดทานมากเหลือเกิน ดาหน้ากันเข้ามาทั้งสายมืด สายสลัว และสายสว่าง เพราะคนเมืองนี้กลัวความเจริญหรืออย่างไร ???

ทำนายว่า การเสนอชื่อมาแข่ง ไม่ใช่เพื่อไทย ความเก๋าเกมส์ ขนาดนี้ไม่เล่นบทง่ายแน่ ซ่อนเงื่อนให้ตายใจ ทั้งๆที่รู้ว่า พิธา โหวดยังไงก็ไม่ชนะ แต่คนที่จะมาแข่งคือ บิ๊กป้อม ยอมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแค่ชั่วอึดใจ หลังจากทำพิธีกรรมสำคัญๆ ก็จะเริ่มแผลงฤทธิ์ เพื่อไทย   ทิ้งก้าวไกลให้เป็นฝ่ายค้าน อ้างเกตุผลง่ายมากลากไม่ขึ้น สังคมไม่เอาก้าวไกล แล้วไปร่วมสังฆกรรมกับ พปชร .ปรับ ครม. ให้ตำแหน่งสำคัญ และที่เหนือกว่านั้น ตอบโจทย์ข้อใหญ่ของเพื่อไทย พาทักษิณกลับบ้าน ไงล่ะ ???

บิ๊กป้อม เป็นนายกให้ไม่นาน สังขารไม่เอื้อ ก็จะเริ่มเดินเกมส์แผน 2 "คายชาน" ปรับ ครม.ใหญ่ เปลี่ยนหัว เพื่อไทยเสวยสุข เป็นนายกรัฐมนตรีตามข้อตกลงดีลลับ #ตาสว่างแล้วยัง

ลองวิเคราะห์ดูดีๆครับ แผนนี้ไม่ยาก เป็นจริงแบบง่ายดาย วินวิน ยกเว้นก้าวไกล เป็นฝ่ายค้าน คอยสานฝัน อีก 4 ปี

วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2566

เพ็กเกจการจัดการสวนทุเรียน












การจัดการสวนทุเรียน อย่างเป็นระบบ แก้โรค ลดต้นทุน หยุดการใช้สารเคมี

ดินภูเขาไฟ ภูผา 999 สารปรับปรุงดิน จากแร่ธรรมชาติ มีค่า PH สูง ช่วยลดดินกรด ปัญหาสำคัญของโรคพืช ช่วยให้พืชดูดธาตุอาหารไปใช้ได้ดี ลดกรด ลดโรค ลดต้นทุน ใช้หว่านลงดินบริเวณใต้ทรงพุ่ม

โอซิล ใช้ฉีดพ่นที่ต้น ที่แผลและรอบลำต้น อัตราการใช้ กรณีรักษาโรค ผสมน้ำ 1:500 ฉีดทุก 3-5 วัน 3 ครั้ง หลังจากนั้นฉีด 15 วัน/ครั้ง กรณีป้องกันโรค ผสมน้ำ 1: 1,000 ฉีดพ่น 15 วัน/ ครั้ง ติดต่อกัน 3 ครั้ง

ส่วนกรีนพลัส 1 ซอง 500 กรัม ผสมน้ำ 200 ลิตร และน้ำตาล 1 กก หมักทิ้งไว้ในที่ร่ม 24-36 ชั่วโมง แล้วนำไปฉีดพ่นลงดิน บริเวณใต้ทรงพุ่ม ต้นละ 2 ลิตร 
*** ก่อนฉีดพ่นสาร ต้องรดน้ำให้ชุ่ม และควรฉีดพ่นตอนเย็น ดีที่สุด ใช้ควบคุมป้องกันเชื้อราในดินทุกชนิด ใช้ปีละ 2 ครั้ง

จีพลัส สารกระตุ้นการเจริญเติบโต สร้างภูมิต้านทาน 1 ลิตร ผสมน้ำ 1,000 ลิตร ฉีดทรงพุ่ม ใต้ใบ ช่วงสายๆ ปากใบเปิด ซึมลึกเข้าในเซลพืชได้ไว
ทั้ง Osil และ G plus เป็นนาโน ส่วน Green Plus เป็นจุลินทรีย์ 6 สายพันธุ์ 
(ไตรโค บาซิลลัส แลคโตบาซิลลัส ไมคอไรซ่า แซคคาโรไมซ์ และคีโตเมี่ยม) เสริมฤทธิ์กัน ในสถานการ์ทีาต่างกัน
 

วันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2566

การจัดการโรคทุเรียนอย่างยั่งยืน


 แมลง เพลี้ย หนอน ทำลายต้นทุเรียน บางครั้งอาจจะไม่ถึงตาย แค่ทรุดโทรม แต่ถ้าทุเรียนเป็นโรค โอกาสตายสูงมาก โดยเฉพาะโรคที่มาเป็นแพ็กเกจ เช่นในปัจจุบัน ทั้งไฟท๊อปเธอร์ร่า ฟิวซาเรี่ยม และราสีชมพู เมื่อต้นไม้เริ่มแสดงอาการป่วยให้เห็น เช่น ใบเหลือง ใบร่วง กิ่งแห้งตาย มีแผลที่ลำต้น โคนต้น ที่กิ่ง หรือที่ราก ฯลฯ นั่นคือ สัญญาณอันตรายที่บอกให้รู้ว่า โรครุกราน และไปไกลแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะเริ่มเมื่อเราเห็น แต่เป็นมาก่อนหน้านั้นตั้งนานสองนาน ผมจึงต้องบอกพี่น้องชาวสวนว่า "ป้องกัน ดีกว่ารักษา" แน่นอนครับ 


ตามสูตรที่ผมแนะนำ ด้วยประสบการณ์ที่พอมี ผมใช้วิธีการ คือ (1) ป้องกัน ดูแล ให้พืชแข็งแรง มีภูมิต้านทาน (2) ใช้หลักแก้ที่สาเหตุ และ (3) ไม่ใช้สารเคมี โดยมีเครื่องมือ และปัจจัยดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1 >>>วัดPH ดิน ตลอด เพื่อควบคุมให้ PH ดินอยู่ในระดับ 5.5-6.5 แต่ดินส่วนใหญ่ที่พบมักจะต่ำกว่านี้ ซึ่งเรียกว่าดินเป็นกรด ต้องแก้ให้ดินหายเป็นกรดก่อน กรณีที่ผมใช้ #ดินภูเขาไฟภูผา999 เป็นแร่ธรรมชาติ มีค่า PH 9.97 มีธาตุอาหารหลัก รอง เสริม ที่มีประโยชน์หลากหลายชนิด เพื่อดึงค่า PH ให้กลับมาเป็นปกติเสียก่อน นี้คือสิ่งแรกที่ต้องทำถ้าอยากให้โรคพืชหาย

ขั้นตอนที่ 2>>> ใช้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ควบคู่ไปกับปุ๋ยอินทรีย์ มีหลายรูปแบบให้เลือก ซึ่งผมเลือกใช้จุลินทรีย์ 5 สายพันธุ์ ผลงานวิจัยของ ม.แม่โจ้ ชื่อว่า "กรีนพลัส" 1 ซอง 500 กรัม ผสมน้ำ 200 ลิตร ฉีดลงดินใต้ทรงพุ่ม ต้นละ 2-3 ลิตร เพื่อจัดการกับราโรคพืชทุกชนิดที่อยู่ในดิน
*** ก่อนฉีดพ่นสาร ต้องรดน้ำให้ชุ่ม และควรฉีดพ่นตอนเย็น ดีที่สุด ใช้ควบคุมป้องกันเชื้อราในดินทุกชนิด ใช้ปีละ 2 ครั้ง

ขั้นตอนที่ 3 >>> ใช้ "โอซิล" ใช้ฉีดพ่นที่ต้น ที่แผลและรอบลำต้น อัตราการใช้ กรณีรักษาโรค ผสมน้ำ 1:500 ฉีดทุก 3-5 วัน 3 ครั้ง หลังจากนั้นฉีด 15 วัน/ครั้ง กรณีป้องกันโรค ผสมน้ำ 1: 1,000 ฉีดพ่น 15 วัน/ ครั้ง ติดต่อกัน 3 ครั้ง
*** พืชหายจากอาการเป็นโรค จะต้องแตกเนื้อเยื่อใหม่ ไม่ใช่แค่เปลือกแห้ง แผลแห้งแล้วค่อยๆตาย

ขั้นตอนที่ 4 >>> ใช้ "จีพลัส" สารกระตุ้นการเจริญเติบโต สร้างภูมิต้านทาน การแตกเนื้อเยื่อใหม่ การสะสมอาหาร อัตราการใช้ 1 ลิตร ผสมน้ำ 1,000 ลิตร ฉีดทุก 15-30 วัน ฉีดทรงพุ่ม ใต้ใบ ช่วงสายๆ ปากใบเปิด สารจะซึมลึกเข้าในเซลพืชได้ไว

*** ทั้ง Osil และ G plus เป็นนาโน ส่วน Green Plus เป็นจุลินทรีย์ 5 สายพันธุ์  
(ไตรโค บาซิลลัส แลคโตบาซิลลัส ไมคอไรซ่า แซคคาโรไมซ์ ) เสริมฤทธิ์กัน ในสถานการ์ที่ต่างกัน

ทางเลือก ทางรอด ต้องรักษาอย่างเป็นระบบ "ป้องกัน ดีกว่ารักษา"  พืชปลอดโรค คนปลอดภัย จะเดินทางใด เลือกเอาครับ!!!
นี้คือทางเลือกหนึ่ง ที่รักษาให้ค่อยๆทะยอยหาย ไม่ใช่ ทะยอยตาย อย่างที่เห็น

พบกันใหม่นะครับ #ขอให้ทุกคนโชคดี
เบอร์โทรผม 0649987737

วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566

วันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

สงสารประเทศไทย


ประเทศไทย เมื่อผู่ใหญ่ เล่นกับเด็ก

บวกลบเลข วิชาเก่า เรามีอยู่

เด็กยุคใหม่ เด็กก้าวไกล ใครก็รู้

เก่งเกินครู รู้ไปหมด ควรจดจำ


เจอลุงแก่ ชอบอวดเก่ง เบ่งกล้ามโชว์

แถมคุยโว โอ้อวดว่า ข้ายังแกร่ง

อย่าทะนง หลงไปว่า ข้ามีแรง

เด็กเล็กแดง เขารู้ทัน ท่านหมดไฟ


ต่อแต่นี้ จะมีใคร ในยุทธภพ

ที่เจนจบ กระบวนท่า มาแข่งขัน

ทหารเก่า อำมาตย์แก่ แย่พอกัน

แล้วสักวัน พลันเข้าใจ ไม่เก่งจริง


นิพนธ์ /ร้อยกรอง


วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

ร้าวลึก


 ร้าวลึก...


เมื่อความแยก แตกมาจาก ฟากการเมือง

แข่งทุกเรื่อง บ้านเมืองแย่ แผ่ขยาย

จากเคืองใจ ไปต่อ เอาถึงตาย

บ้านเมืองไทย ใยร้าวแยก แตกยับเยิน


จะไทยเหนือ ไทยใต้ อาใช่ไม่

หรือจะไทย ออกตก ก็ไม่มี

มีเพียงไทย ที่แบ่งขั้ว แยกกลุ่มสี

เพี่งแค่นี้ ที่วุ่นวาย ทำลายกัน


ในสังคม ในชุมชน คนหมู่มาก

ล้วนเกิดจาก ความแตกต่าง อย่างหลากหลาย

แต่ก่อนเก่า เราร่วมอยู่ เราร่วมใจ

แล้วเหตุใด ใครยุยง ให้หลงทาง


จะให้ฝรั่ง มังค่า มาช่วยแก้

เวทนาแท้ ไทยกับไทย (พูด)ไม่รู้เรื่อง

ไม่คิดแก้ มีแต่ย่ำ ทำนิจเนือง

ให้บ้านเมือง ล่มสลาย ไปหรือไร?


นิพนธ์ /ร้อยกรอง


ก้าวไกลๆ

 ก้าวให้ไกล ไปให้ถึง ซึ่งฝั่งฝัน

คอร์รัปชั่น จะหมดไป ไทยจะรุ่ง

ความเจริญ จะงามงอก นอกในกรุง

ต่างหมายมุ่ง รุ่งรองเรือง เมืองร่มเย็น


นิพนธ์ /ร้อยกรอง


วันเสาร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

เป็นงง


 https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02QDiNhr8jpY2WgoBRTVy1AawmSxhnuro59miF2cvWjuNSEdye6jbAMTa68iohf4usl&id=100054534755571&mibextid=Nif5oz

วันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

ทำไม? ต้องจัดการดิน


 https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02Dew5k2qbruyMSxzFW6Lm7SjxVvxU1zHwd6dpW6byHNH8yrwSGD6ywzTe1Dya2PoYl&id=100054534755571&mibextid=Nif5oz

แพ้ก็แพ้


 ไร้ผลงาน ที่ผ่านมา พาให้แพ้

เขาเอาแต่ ผลงานดี ที่สานฝัน

ดีแต่พูด ดีแต่พลิ้ว ไปวันๆ

ทำอะไรกัน วาทะกรรม น้ำเน่าจริง


เป็นผู้แทน หลายสมัย ได้กินอยู่

รวยอู้ฟู่ เป็นบ้านใหญ่ ใครจัดให้

ไร้สำเหนียก เรียกรับสิทธิ์ คิดแต่ได้

ร่วงลงไป คืนค่าคน บนผืนดิน


นิพนธ์ / ร้อยกรอง

วันเสาร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

อยากเลือก ไม่อยากได้


 เลือกจุรินทร์ กลัวเหมือนชวน คือเชื่องช้า

เลือกพิธา ก็กลัวว่า บำนาญหาย

เลือกประยุทธ์ กลัวว่า จะอดตาย

จะเลือกใคร หรือเรา ในคราวนี้


เลือกอุ๊งอิ๊ง ก็กลัว ผีทักษิณ

เลือกอนุทิน กลัวกัญชา พาเสียหาย

เลือกลุงป้อม กลัวตอบช้า ไม่เข้าใจ

เลือกพรรคกรีน สร้างป่าไพร กลัวเสือชุม


หากเลือกกรณ์ กล้วแก จะไม่กล้า

เลือกทวี ก็กลัวว่า สอดส่องบ่อย

เลือกหญิงหน่อย กลัวนุ่มนิ่ม คะแนนน้อย

เลือกเสรี กลัวจับบ่อย เข้มงวดเกิน


เลือกวรงค์ มุ่งปราบโกง กลัวโดนสอย

คงต้องถอย  ไม่ด่าใคร ให้เสียหาย

กลัวขัดแย้ง กลัวสังคม ที่วุ่นวาย

รอต่อไป นายกใหม่ เอาใครดี ???


นิพนธ์ / ร้อยกรอง




วันอาทิตย์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2566

เกษตรปลอดภัย


 คำว่า #เกษตรปลอดภัย >>> ต้องต่อท้ายด้วยคำว่า #ยิ่งห่างไกลออกไปทุกที และต่อด้วย #เพราะค่ายเคมีเขารุกหนักเกินไป

เป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การใช้สารเคมีทางการเกษตร แพร่ขยายกว้างไกลไปทุกหย่อมหญ้า จนถึงขั้นที่เชื่อว่า "ถ้าไม่ใช้สารเคมีก็ไม่ได้กิน" เชื่อกันอย่างนั้น ทางที่มีให้เลือก เช่น แบบผสมผสาน ป้องกันก่อนรักษา ใช้สารชีวภัณฑ์ การใช้ศัตรูธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะได้รับการปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นความพ่ายแพ้มาโดยตลอด น่าจะด้วยเหตุปัจจัยของการสร้างโอกาสและขยายโอกาสในการเข้าถึง ทั้งความรู้ และปัจจัยการผลิตยังน้อยไป

ผมในฐานะคนเคยอยู่ในแวดวงราชการ วิเคราะห์ว่าปัจจัยแห่งความล้มเหลวของการขยายผล เกษตรปลอดภัย เกษตรอิรทรีย์ น่าจะมาจากสาเหตุเหล่านี้

การสร้างการรับรู้ #ค่ายเคมี ยึดสื่อทุกแขนง เข้าถึงพื้นที่เป้าหมายเชิงรุก มุ่งความสำเร็จเป็นที่ตั้ง มีตัวอย่างมาสาธิตให้ดู มีสินค้าทั้งทดลองใช และมีขายทั่วไป หาซื้อได้แทบจะทุกชุมชน ทุกหมู่บ้าน มีเรื่องรายได้และกำไรเป็นตัวล่อ และบุคลากรทำงานเฉพาะเรื่อง ฯลฯ

#ส่วนค่ายอินทรีย์ ทำตามมีตามเกิด ใครอยากจะซื้อ ไม่รู้จะซื้อที่ไหน การส่งเสริมขาดความต่อเนื่อง (ถ้ามองในมิตินโยบายรัฐยิ่งชัดมาก) ไม่มีกลยุทธ์ในการทำการตลาดและการขยายผลอย่างจริงจัง ต้องคอยงบ ต้องคอยรับคำสั่ง ไม่ได้มุ่งความสำเร็จที่ชัดเจน ไม่มีความเฉพาะเจาะจง นักวิชาการทำงานหลายด้าน ไม่มีการวัดผลที่ชัดเจน ทำผ่านหรือไม่ผ่านก็อยู่กันไป ฯลฯ 

เหตุผลเหล่านี้ คือปัจจัยที่นำไปสู่การรบที่ไม่ชนะสักที น่าจะถึงเวลา ที่คนหัวสูงชอบพูดกันว่า "Agenda"  >>> #ทำจริง #ทำต่อเนื่อง #ทำทั้งเมือง #ลองดูกันสักตั้ง >>>เกษตรปลอดภัย เป็นพื้นฐานของการดำรงชีพอย่างปกติสุข ทำให้คนไทยได้หรือเปล่า ??? ฝากเป็นข้อคิด และข้อเสนอแนะไปในตัว

ผลงานวิจัย ศึกษา ทดลอง ภูมิปัญญา ที่ดีๆ ตัวอย่างดีๆ มีเยอะพอสมควร จับมาเป็นองค์ความรู้ในการสร้างชิ้นงาน ไม่ใช่งานวิจัยเพื่อวุฒิการศึกษา หรือเพื่อเลื่อนระดับ แต่ให้พี่น้องเกษตรกรเอาไปใช้ได้จริง ค้นหา Precenter ตัวแบบ กันให้แพร่หลาย สื่อของรัฐ สื่อเอกชน Utuber รวมทั้ง Social Media ทั้งหลาย เขาจะได้ช่วยประโคมข่าวที่เป็นสาธารณะกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่โฆษณา ชวนเชื่อ แบบขายของ หน้าที่ใคร ลองทบทวนกันดูครับ !!!

*** ขอบคุณทีมงาน นักเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย เกษตรกรรมยั่งยืน PGS เศรษฐกิจพอเพียง สวนสมรม ฯลฯ ที่ต่อสู้กันมายาวนาน แบบนักรบมือเปล่า มาตลอด ขาดๆเกินๆ ผู้มีอำนาจวาสนา มาช่วยประเทศไทยกันหน่อยครับ

วันพุธที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566

ดอกขจร





 สวัสดีวันสงกรานต์

ปี ๒๕๖๖


วันนี้ เช้าสดใส ขอมอบดอกไม้ให้กับทุกคนครับ ดอกไม้ที่ว่าคือ ดอกขจร ดอกกะจอน ดอกขะจร ดอกสลิด และอีกหลายๆชื่อตามแต่ละถิ่นแต่ละที่


ชื่อสามัญ: Cowslip creeper 

ชื่อวิทยาศาสตร์: Telosma minor Craib ชื่อวงศ์: ASCLEPIADACEAE 

รส: ดอกมีรสเย็นขมหอม ราก มีรสเย็น


*** ขอขอบคุณ ข้อมูลจากวิกีพีเดีย

ดอกขจร ปลูกง่าย ไม่ค่อยมีโรคแมลงรบกวน เรียกว่าปลูกให้เทวดาเลี้ยง สบายๆ ไม่เปลืองพื้นที่ปลูก ขอให้รากได้แตะดิน ส่วนเถาว์ ยอดจะเลื้อยเกาะเกี่ยวไปตามต้นไม้อื่นๆ ในลักษณะสมรม


ดอก : ออกเป็นกระจุก เมื่อเริ่มออกดอกแล้วจะมีให้เก็บกินตลอดปี โดยเฉพาะช่วงแล้งยิ่งดกมาก เหมาะปลูกไว้เป็นส่วนหนึ่งของสวนครัวข้างๆบ้าน


การนำมาประกอบอาหาร ทั้งผัดน้ำมันหอย ลวกจิ้มน้ำพริก ลวกกะทิ แกงส้ม ใส่ไข่เจียว ฯลฯ และอีกหลากหลายเมนูตามที่เราจะออกแบบ ที่สำคัญคือ #ได้กินผักผักปลอดสารพิษและไม่ต้องซิ้อ ลองพิจารณาเสาะหามาปลูกไว้กับบ้านกันสักต้นสองต้นน่าจะดีนะครับ

วันอังคารที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566

วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2566

การเมือง


 เรื่องการเมือง เรื่องขัดแย้ง เรื่องแข่งขัน

ห้ำหั่นกัน ให้วุ่นวาย ตายสักข้าง

คู่ขัดแย้ง แบ่งค่ายขั้ว มั่วทุกทาง

เลือกผิดข้าง ย่างผิดตง หลงทางเดิน

อยากชนะ เพื่อเอาคืน คนอื่นเขา

ทีตัวเรา ใยไม่วาง ทางสายขาว

ผลัดกันแพ้ ผลัดกันแกล้ง พังกันยาว

ทุกเรื่องราว การเมืองดี แก้ที่คน

นิพนธ์ /ร้อยกรอง

วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2566

ทำดี


 "ทำดี"

คำสั้นๆ ที่หลายคนฟังแล้วคงนึกถึงพระเทศน์ หรือคำพร่ำสอนของพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ แต่จะลึกซึ้งหรือผิวเผินแค่ไหน ลองมาติดตามกันครับ

"ทำดี" ไม่ได้หมายถึงแค่ปฏิบัติต่อผู้อื่น เช่นเข้าวัดทำบุญ บริจาคทาน ช่วยเหลือคนตกยาก ฯลฯ แต่ เรามามองในมุมกลับว่า เราตีความข้ามขั้นไปไกลเกินหรือเปล่า การจะทำดีเพื่อเพื่อนมนุษย์ เพื่อนฝูง สังคม ประเทศชาติ ไม่ได้ห้าม ทำได้ ทำต่อไป

แต่ "ทำดี"เพื่อตัวเอง ไม่ใช่การเห็นแก่ตัว แต่ความหมายลึกซึ้งกว่านั้น การทำดีเพื่อตัวเอง ไม่ว่าเราจะเริ่มที่ (1) สุขภาพ การจะกินอาหาร พักผ่อน ออกกำลังกาย การรักษาสุขภาพกาย การรักษาสุขภาพจิตให้เข้มแข็งหรือปฏิบัติตามสุขภาวะที่ควรทำ ไม่ให้เป็นภาระทางสังคม นั้นคือ การทำดีที่น่าชื่นชม (2) อาชีพ การมีสัมมาชีพ ทำอาชีพสุจริต และเน้นย้ำการทำผลงานให้ออกมาดี เช่น ชาวสวน ที่ทำผลผลิตออกมาดี มีคุณภาพ ปลอดภัยจากสารพิษ ขายได้ราคาดี นั่นน่าจะหมายถึง ทำดีที่น่าสรรเสริญ ถ้าทำดีแบบนี้ผลดีตามมาชัดเจน การมีสัมมาชีพที่ดี เพียงพอแก่การเลี้ยงชีพ ไม่เป็นภาระทางสังคม ก็เป็นความดีที่น่าชื่นชมอีกเช่นกัน

(3) การทำหน้าที่ๆได้รับมอบหมาย นักเรียทำผลการเรียนดี ครูผลงานสอนดี ตำรวจผลการทำคดีโปร่งใส ข้าราชการมีผลงานดี นักการเมืองไม่คดโกง ฯลฯ นั่นคือทำดีที่ต้องคำนึงอยู่ตลอด

(4) ทำดีให้คนดู อันนี้เกี่ยวกับบุคคลสาธารณะด้วย ภาพลักษณ์ที่ว่าดี ถ้าทำได้ให้ภาพลักษณ์กับชีวิตจริงให้ใกล้เคียงกัน (ไม่สร้างภาพลวงตา) จะได้ชื่อว่า ทำดี เช่นกัน

***ทั้งหมดทั้งสิ้น ขอเริ่มที่ตัวเองก่อนดีกว่าครับ วันนี้เราทำดีเพื่อตัวเองกันแล้วยัง ทำดีเพื่อตัวเองให้สมบูรณ์ แล้วค่อยๆขยับไปทำดีเพื่อคนรอบข้าง สังคม และประเทศชาติกันต่อไป