วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565

ชวนคิดชวนคุย/มังคุดนอกฤดู

 "ชวนคิด ชวนคุย"



"มาทำมังคุดนอกฤดูกันดีกว่า"

วันนี้ จะชวนคิดชวนคุยเรื่อง "การพลิกวิกฤตเป็นโอกาส" พัฒนาสินค้าเกษตรสู่ความเป็นเลิศ ในเมื่อมังคุดไม่ออกในฤดู น่าจะหันมาลุ้นให้ออกนอกฤดูกันเลย ราคาดีกว่านับสิบๆเท่า


การจะทำมังคุดให้ออกนอกฤดู เริ่มต้นจะต้องทำให้มังคุดไม่ออกในฤดูก่อน ปีนี้นครศรีธรรมราช ฝนหลงฤดู ตกมากจนตาดอกมังคุดเปลี่ยนเป็นยอดอ่อนหมดแล้ว ผลผลิตในฤดูแทบไม่มีเลย จากการสังเกตพบว่า มีไม่น่าจะเกิน 5% หรือไม่น่าจะเกิน 5 พันตัน ในขณะที่ปีที่แล้วปาเข้าไป 7 หมื่นตัน ในฤดูไม่มีให้ขาย ลองมาลุ้นนอกฤดูกันดีกว่าครับ


มังคุดเมืองนครฯ มีประมาณ 1 แสนไร่ มักจะเจอปัญหาราคาต่ำในบางปี บางพื้นที่สามารถทำนอกฤดูได้ ใน 11 อำเภอของนคร ซีกตะวันออกของเทือกเขาหลวง โดยมีปัจจัยเอื้อคือ "ลมหัวษา" หรือลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดผ่านในช่วงเดือนแปด เกิดความแห้งแล้ง กระตุ้นให้ไม้ผลออกดอก ที่อื่นไม่ออก เป็นเขตพื้นที่เฉพาะที่ธรรมชาติให้มา ผมใช้คำว่า "เทวดาโซนนิ่ง" วิเศษจริงๆ เมืองคอนเรา


การทำมังคุดนอกฤดูในพื้นที่เป้าหมาย 11 อำเภอ คือ ขนอม สิชล ท่าศาลา พรหมคีรี ลานสกา นบพิตำ พระพรหม ร่อนพิบูลย์ เมือง จุฬาภรณ์ และชะอวดเพราะพื้นที่โซนดังกล่าวเป็นร่องมรสุมพิเศษ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่านในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ส่งผลให้เกิดความแห้งแล้ง กระตุ้นให้ต้นมังคุดที่มีการสะสมอาหารไว้พร้อม ติดดอกออกผลในช่วงนี้และจะสุกในช่วงปลายปี ผลผลิตนอกฤดูแพงทุกปี 100-200 บาท/กก บางปีแพงกว่านั้น ต้องใช้วิกฤติให้เป็นโอกาส ต้องใช้โอกาสเพื่อชิงความได้เปรียบ ต้องเอาความได้เปรียบที่ธรรมชาติให้มา มาสร้างฐานะให้เกษตรกร ลองดูนะครับชาวสวนมังคุด ใครมีความพร้อม สวนสวย มีระบบน้ำ มีแรงงาน อยากทำนอกฤดูปรึกษาหารือกันได้ 


วิธีการ ช่วงเดือนนี้ ให้ใส้ปุ๋ยสูตรเสมอ อัตรา 1-2 กก. ใช้ร่วมกับดินภูเขาไฟ อัตรา 2กก./ต้น ใส่แล้วให้น้ำต่อเนื่อง 7-10 วัน ให้พอปุ๋ยละลาย เพื่อบำรุงต้นใบให้สมบูรณ์ หากมีแมลง หนอนทำลาย ต้องหาวิธีกำจัดด้วย หลังจากนั้นในช่วงกลางๆเดือนมิถุนายน ใส่ปุ๋ยเร่งดอก สูตร 8-24-24, หรือ 12-24-12 หรือสูตรใกล้เคียง อัตรา 2 กก./ต้น ให้น้ำพอให้ปุ๋ยละลาย แล้วงดการให้น้ำ เดือนกรกฎาคม กวาดโคน และงดน้ำเด็ดขาด หากแล้งต่อเนื่อง 20-30 วัน มีลุ้นดอกมังคุดนอกฤดูให้ตื่นเต้นกัน 


สนใจติดต่อมาปรึกษาหารือกันได้ครับผมมีตัวอย่างให้ดูด้วยตามคลิปนี้


https://youtu.be/d18jksyWTow


ข่าวประจำวันเกษตร ที่ 16:52

ใช้ร่วมกัน

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2565

ชวนคิดชวนคุย


 "ชวนคิด ชวนคุย"


วันนี้ ชวนคิดชวนคุย ในประเด็นเบาสมองกันบ้าง สนุกๆ อ้างตำนานนิทานเก่าแก่ "กระต่ายกับเต่า"


ผมหยิบยกเอาเรื่องราวจากตำนานเพลงเพื่อชีวิต ขับร้องโดย หงา คาราวาน หรือสุรชัย จันทิมาทร ศิลปินเพื่อชีวิตตัวพ่อ ในนิทานเรื่องนี้มีตัวละครสำคัญอยู่ 3 ตัว คือ กระต่าย เต่า และนกแสงตะวัน


#กระต่าย...ขายาว ปราดเปรียวแคล่วคล่อง ขายาว vs #เต่า เชื่องช้า ขาสั้น แต่เมื่อเขาหยิบเอานิทานมาเป็นแนวในการเขียนเพลงนี้ เทียบให้เห็นว่า แม้กระต่ายจะเก่ง จะเร็ว หากประมาทก็พลาดพลั้งได้ ส่วนเต่าแม้จะเชื่องช้า อุ้ยอ้าย แต่หากมีความมานะพยายามก็สำเร็จสู่เป้าหมายได้... อะไรทำนองนั้น


ตัวละครอีกตัวในนิทานเพลง คือ "นกแสงตะวัน" ตามเนื้อหาที่ว่า #เจ้านกแสงตะวันบินผ่านมา..#มันส่งเสียงเจรจา..#ทำไมจึงเกิดมาเพื่อแข่งขัน...

อีกตอนหนึ่ง..บอกว่า ทำไม ? ไม่ปลุกเพื่อนด้วย


ในมุมมองของผมวิเคราะห์ตามสเต็ปที่1 ว่า นกแสงตะวันน่าจะมีนิสัยใฝ่สันติ อยากเห็นการปรองดอง สามัคคี เผื่อแผ่กัน ฯลฯ หรือคนรุ่นใหม่อาจจะมองว่า "โลกสวย" ก็แล้วแต่มุมมอง


สเต็ป2 ผมมองว่า เหตุผลเดียวที่เต่ากับกระต่ายต้องแข่งขัน และเต่าไม่ปลุกกระต่าย เพราะทั้งสองมีเป้าหมายอันเดียวกัน คือ "ผักบุ้ง" เต่าก็จะกินผักบุ้ง กระต่ายก็จะกินผักบุ้ง ก็เลยเป็นคู่แข่งตัวจริงกันและกัน แม้จะไม่ได้โกรธเคืองอะไรกันก็ตาม


เทียบเคียงกับโลกปัจจุบัน ไม่ว่าครอบครัว ชุมชน สังคม การเมือง ประเทศชาติ หรือระหว่างประเทศ หากสิ่งนั้นคือความหมายปองในเชิงปัจเจก ย่อมมีการแข่งขัน หมกเม็ด เทคติกส์ เงื่อนงำ เอาเปรียบ เลื่อยขาเก้าอี้กัน ฯลฯไม่มากก็น้อย...เลยขอตอบนกแสงตะวันไปว่า #เป็นธรรมดาของตัณหาดีๆนี่เองครับ


นิพนธ์ / เล่าเรื่อง

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2565

งานเสวนา แก้ดินกรด ลดโรคโคนเน่า
















 ผลการจัดเวทีเสวนา "แก้ปัญหาดินกรด ลดโรคโคนเน่า"วันที่ 19 เมษายน 2565

ณ ที่ทำการกำนัน ตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช


เกษตรกร สมาชิกแปลงใหญ่ทุเรียน ตำบลถ้ำใหญ่ 30 คน นำโดยน้องบอย นายสมนึก ชอบทำกิจ ประธานแปลงใหญ่ เกษตรกรจากพื้นที่ใกล้เคียง 10 คน และเครือข่ายผู้ใช้สินค้าดินภูเขาไฟ ภูผา 999 จากจังหวัดตรัง สงขลา และสุราษฎร์ธานี 11 คน และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง 7 คน สื่อมวลชน 3 คน และผู้บริหารจากบริษัทภูผา 999 ไทยโลจิสติกส์ จำกัด โดยคุณวิภาส คุณกฤษณา เพียราธิสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการฯ สนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรม และให้เกียรติมาร่วมตลอดงาน โดยการประสานงานของอรุณไชย ตรีไวย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร และน้องๆนักวิชาการจากสำนักงานเกษตรอำเภอทุ่งสง ทุกคน


กิจกรรมสำคัญในครั้งนี้ มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยนางสาวพัชรี ด่านสกุล กำนันตำบลถ้ำใหญ่ กล่าวต้อนรับ นายนิพนธ์ สุขสะอาด อดีตเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ดำเนินการนำเสวนา โดยมอบหมายให้ นายณัทธร รักษ์สังข์ ผอ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการอารักขาพืช สุราษฎร์ธานี และคณะ นำเสนอเรื่องโรค และแมลงศัตรูทุเรียน การพูดคุยเสนอประสบการณ์ และปัญหาในพื้นที่จากผู้เข้าร่วม และตัวแทนบริษัทฯ แนะนำการจัดการดินโดยการใช้สารปรับปรุงดิน ภูผา 999 "ลดกรด ลดโรค" แนะนำเทคนิคต่างๆ และตอบข้อซักถามจนเป็นที่เข้าใจ


พักรับประทานอาหารกลางวัน (ข้าวกล่อง) ตามมาตรการป้องกันโควิด และเดินทางต่อไปสาธิตการวัด PH ดินในสวนทุเรียนของนางจำเนียร เกลียวจิตต์ หมู่ที่ 3 ตำบลถ้ำใหญ่ โทร. 0936416562 พร้อมทั้งสาธิตการใช้สารปรับปรุงดิน ภูผา 999 เพื่อแก้ปัญหาโรครากเน่าโคนเน่าทุเรียนที่กำลังแพร่ระบาด ท่ามกลางความสนใจของสมาชิก และนัดหมายกันว่า อีก 15 วัน และ 30 วัน จะมาติดตามตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอีกต่อไป