"ชวนคิด ชวนคุย"
วันนี้ ชวนคิดชวนคุย ในประเด็นเบาสมองกันบ้าง สนุกๆ อ้างตำนานนิทานเก่าแก่ "กระต่ายกับเต่า"
ผมหยิบยกเอาเรื่องราวจากตำนานเพลงเพื่อชีวิต ขับร้องโดย หงา คาราวาน หรือสุรชัย จันทิมาทร ศิลปินเพื่อชีวิตตัวพ่อ ในนิทานเรื่องนี้มีตัวละครสำคัญอยู่ 3 ตัว คือ กระต่าย เต่า และนกแสงตะวัน
#กระต่าย...ขายาว ปราดเปรียวแคล่วคล่อง ขายาว vs #เต่า เชื่องช้า ขาสั้น แต่เมื่อเขาหยิบเอานิทานมาเป็นแนวในการเขียนเพลงนี้ เทียบให้เห็นว่า แม้กระต่ายจะเก่ง จะเร็ว หากประมาทก็พลาดพลั้งได้ ส่วนเต่าแม้จะเชื่องช้า อุ้ยอ้าย แต่หากมีความมานะพยายามก็สำเร็จสู่เป้าหมายได้... อะไรทำนองนั้น
ตัวละครอีกตัวในนิทานเพลง คือ "นกแสงตะวัน" ตามเนื้อหาที่ว่า #เจ้านกแสงตะวันบินผ่านมา..#มันส่งเสียงเจรจา..#ทำไมจึงเกิดมาเพื่อแข่งขัน...
อีกตอนหนึ่ง..บอกว่า ทำไม ? ไม่ปลุกเพื่อนด้วย
ในมุมมองของผมวิเคราะห์ตามสเต็ปที่1 ว่า นกแสงตะวันน่าจะมีนิสัยใฝ่สันติ อยากเห็นการปรองดอง สามัคคี เผื่อแผ่กัน ฯลฯ หรือคนรุ่นใหม่อาจจะมองว่า "โลกสวย" ก็แล้วแต่มุมมอง
สเต็ป2 ผมมองว่า เหตุผลเดียวที่เต่ากับกระต่ายต้องแข่งขัน และเต่าไม่ปลุกกระต่าย เพราะทั้งสองมีเป้าหมายอันเดียวกัน คือ "ผักบุ้ง" เต่าก็จะกินผักบุ้ง กระต่ายก็จะกินผักบุ้ง ก็เลยเป็นคู่แข่งตัวจริงกันและกัน แม้จะไม่ได้โกรธเคืองอะไรกันก็ตาม
เทียบเคียงกับโลกปัจจุบัน ไม่ว่าครอบครัว ชุมชน สังคม การเมือง ประเทศชาติ หรือระหว่างประเทศ หากสิ่งนั้นคือความหมายปองในเชิงปัจเจก ย่อมมีการแข่งขัน หมกเม็ด เทคติกส์ เงื่อนงำ เอาเปรียบ เลื่อยขาเก้าอี้กัน ฯลฯไม่มากก็น้อย...เลยขอตอบนกแสงตะวันไปว่า #เป็นธรรมดาของตัณหาดีๆนี่เองครับ
นิพนธ์ / เล่าเรื่อง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น