วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2563

รัก ชาติ จริง หรือ?


 รัก ชาติ จริง หรือ?


รัก...ชีวิตเหนือกว่า สิ่งใด

ชาติ...อยู่ได้ เพราะเรา ช่วยรักษ์

จริง...แท้หรือ กำมะลอหลอก

หรือ...แค่บอก ปากรัก ใจชัง


รักชาติ อย่ารักคนเดียว

รักชาติ ให้ช่วยกันรัก

รักชาติ แบ่งให้เพื่อนรักบ้าง

รักชาติ มากกว่าใคร มันใช่รึเปล่า?

เยี่ยมล้งบริษัทประชารัฐฯ









 "วันหยุดได้งาน วันทำการได้เที่ยว"

30 สิงหาคม 2563 นายนิพนธ์ สุขสะอาด เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช เยี่ยมล้งรับซื้อมังคุด ของบริษัทประชารัฐ นครศรีธรรมราช ณ บ้านคุณพรศรี โชติพันธ์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมังคุดบ้านท่าข้าม ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี เยี่ยมชม แลกเปลี่ยนข้อมูล และสอบถามปัญหาอุปสรรคของการดำเนินการบริหารจัดการรับซื้อมังคุด ของบรษัทประชารัฐ และปัญหาทั่วๆไปกับกำนันอาภรณ์  กำนันตำบลพรหมโลก มีปัญหาหลักๆได้แก่ เกษตรกรบางรายยังขาดการพัฒนาคุณภาพ ยังไม่ได้รับรองแปลง GAP แหล่งรับซื้อบางแห่งยังไม่ได้มาตรฐาน GMP และการรับรอง DOA เป็นต้นส่วนข้อดี มังคุดที่ได้รับการพัฒนาแล้วราคาจะสูง การที่มีล้งมาตั้งในพื้นที่มาก ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในชุมชน มีการกระจายรายได้ ทั้งร้านอาหาร ที่พัก อื่นๆดีขึ้นตามมา

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2563

รับนโยบาย AIC @ มวล


 การประชุมรับนโยบายและเสนอแนวทางของ A I C  (  Agritech Innovation Center) – ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวตกรรม  นครศรีธรรมราช  ระยะที่ 2  ( กันยายน – พฤศจิกายน 2563 )

                                                                                            ณรงค์ คงมาก  กก.สมทบ AIC นครศรีฯ***

              จากการเข้าร่วมการประชุมรับฟังนโยบายจาก “อลงกรณ์ พลบุตร” ที่ปรึกษา รมว.ก.เกษตรและสหกรณ์ และผู้อำนวยการศูนย์ AIC ระดับชาติ   ระยะที่ 2  เดือนกันยายน – พฤศจิกายน 2563  และรับฟังข้อเสนอทางวิชาการของ คณะนักวิชาการจาก ม.วลัยลักษณ์   เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2563 “ผู้เขียน” มีรายงานจากการประชุมและความเห็นประกอบ เสนอดังต่อไปนี้

          ทบทวนแนวคิดและเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของ AIC : ไทยต้องเป็นประเทศมหาอำนาจทางการเกษตรและเกษตรกรไทยร่ำรวยได้  “อลงกรณ์ พลบุตร” ให้กรอบแนวทางสำคัญของAIC ในการบรรยาย บางตอน ว่า “ภาคเกษตรกรรมของไทยมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นประเทศส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารอันดับที่ 11 ของโลกในปี 2562  ในทวีปเอเชีย เป็นรองเฉพาะประเทศจีน การพัฒนาเกษตรกรรมที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ส่วนหนึ่งเป็นผลจากผลิตคนและวิทยาการความรู้ด้านการเกษตรจากสถาบันการศึกษาของไทย  ยกตัวอย่างประเทศจีน พัฒนาได้จนเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกก็ด้วยการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นพื้นฐาน จนมีความเป็นเลิศเกือบทุกด้าน เกษตรกรไทยส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย เกษตรกรส่วนใหญ่ยากจน และมีหนี้สิน  ( แต่มีศักยภาพในการออกส่งออกสินค้าเกษตรเป็นอันดับ 11 ของโลก  โดยบริษัทเอกชน ผู้ประกอบการทางเกษตรกรรม –ผู้เขียน )  จะพัฒนาตามแบบประเทศตะวันตกและจีนซึ่งเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ ไม่ได้ เราต้องออกแบบแนวทางการพัฒนาเกษตรกรรมของเราเอง  ต้องใช้ศาสตร์พระราชาและเกษตรกรรมยั่งยืน ไม่ใช่พัฒนาโดยการแจกเงินอย่างเดียว ( แจกปลา ไม่แจกเบ็ด )  นอกจากนโยบายจัดตั้งศูนย์ AIC ทุกจังหวัดแล้ว เรายังผลักดันนโยบาย 1 ตำบล  1 กลุ่มทฤษฎีใหม่  หรือ โคก หนอง นา โมเดล ด้วยวงเงิน  9,800 ล้านบาท แบ่งเป็นบทบาทหน้าที่ของ ก.เกษตร จำนวน 4,009 ตำบล และ ก.มหาดไทย 3,000 ตำบล  ครอบคลุมทั้ง 70,000  หมู่บ้าน  รวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายเกษตรกรรมยั่งยืนระดับประเทศ เพื่อมาเชื่อมโยงกัน   ดังนั้นแนวทางการบริหารจัดการศูนย์ AIC จังหวัด  ต้องบูรณาการงานทั้ง 3 ก้อนเข้าด้วยกัน คือ “  1.) เกษตรกรรมยั่งยืน    2.) เกษตรทฤษฏีใหม่  3.) ศูนย์ AIC จังหวัด  หากนโยบายเกษตรกรรมไทยทำครบทั้ง 3 นโยบายแบบ Quick Win  รัฐบาลจะสามารถพัฒนาและแก้ปัญหาเกษตรกรรมของประเทศได้ทันที  เกษตรกรของไทยจะก้าวไปสู่แนวทางการปลดหนี้สิน เพิ่มรายได้ และจะเป็นเกษตรกรที่มีความมั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน  ( แต่รัฐบาลต้องหยุดนโยบายแจกเงินอย่างเดียวอย่างที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ให้เน้นการพัฒนาคน วิทยาการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกษตรกรรมบนฐานความรู้ และพัฒนาอย่างครบห่วงโซ่การผลิต  โดยองค์กรเกษตรกรพัฒนาทักษะเป็นผู้ประกอบการเองด้วยในทุกระดับ  – ผู้เขียน )

     ในยุคหลังโควิดนี้ องค์การสหประชาชาติ คาดการณ์ว่าโลกจะขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง และไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารส่งออกเลี้ยงชาวโลก (  และเมื่อไทยอยู่ในสถานะแหล่งผลิตอาหารเลี้ยงพลโลกอันดับต้นๆของโลก  อย่างที่ “อลงกรณ์  พลบุตร” ให้ข้อมูล  เกษตรกรไทยก็ไม่ควรตกอยู่ในวังวน ความยากจนและหนี้สิน อย่างทุกวันนี้  - ผู้เขียน ) 

     แนวทางของ ศูนย์ AIC จังหวัดนครศรีธรรมราช และของประเทศไทย  ที่ดำเนินการมาประมาณ 6 เดือน และแนวนโยบายอีก 3 เดือน ( กันยายน – พฤศจิกายน 2563 ) คืออะไร ? บริหารจัดการอย่างไร? เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หรือแก้ปัญหาของภาคเกษตรกรรมไทยที่สั่งสมมายาวนานได้ บนฐานข้อมูลที่ว่า “ไทยเป็นประเทศผลิตสินค้าเกษตรและอาหารส่งออกอันดับที่ 11 ของโลก แต่เกษตรกรกลับอยู่ในภาวะความยากจนและหนี้สิน 

           แนวทางนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนศูนย์ AIC จังหวัด 3 เดือน ( กันยายน – พฤศจิกายน 2563  )ผู้อำนวยการ AIC ระดับชาติ  และผู้กำกับนโยบาย เกษตรกรรมยั่งยืนและเกษตรทฤษฎีใหม่ “อลงกรณ์ พลบุตร”  ให้แนวนโยบายของ AIC ไว้ ประมาณ 17 แนวทาง  รวมทั้งข้อเสนอของคณาจารย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 13 คณะ/สำนัก  สามารถสรุปเป็นกลุ่มของกิจกรรมตามกรอบแนวคิด “ห่วงโซ่เศรษฐกิจและห่วงโซ่มูลค่า”  ดังต่อไปนี้ 

      กลุ่มงานพัฒนาต้นน้ำ  : ได้แก่  1) งานเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่รัฐลงงบประมาณมาให้แล้ว 9,800 ล้านบาท  2) งานพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต ด้านเกษตร ประมง ปศุสัตว์   3.) รวมทั้งพืชเกษตรใหม่ในอนาคต เช่น โกโก้  กัญชง  กัญชา   กระท่อม  ปูม้า  ต้นจาก  ( ลุ่มน้ำปากพนัง )  ลูกชก  ฯลฯ  พืชเศรษฐกิจเดิมที่ต้องยกระดับพัฒนาการผลิต เช่น มังคุด  ส้มโอทับทิมสยาม ข้าวพื้นเมือง  4) งานพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย   ทั้งสินค้าเดิมและสินค้าใหม่   5 ) การพัฒนาการเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ การแปรรูป และเชิงการท่องเที่ยว  โดยใช้สวนสามพรานโมเดล จังหวัดนครปฐม เป็นต้นแบบ  และในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีหลายพื้นที่ที่ดำเนินการได้ เช่นกัน  ( ในพื้นที่ส่งเสริมของสำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช  – ผู้เขียน )   การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวด้านอาชีพประมง ( ปูม้า )   6 ) การเชื่อมโยงวิทยาการความรู้การผลิตเกษตรกรรม  กับสถาบันการศึกษานานาชาติ ทั้งการแลกเปลี่ยนนักวิจัยและวิทยาการความรู้สมัยใหม่ มาพัฒนาฐานการผลิตทุกสาขาอาชีพ 7) การพัฒนาระบบการควบคุมสารพิษในสินค้าเกษตรและอาหาร และการเชื่อมโยงกับงานด้านการแพทย์ และสาธารณสุขอนามัยของเกษตรกรและผู้บริโภค  เพราะทุกคนได้ต้องการเห็นเกษตรกรร่ำรวย แต่นอนป่วยติดบ้านติดเตียง หรือเสียชีวิตจากพิษภัยของเคมีเกษตร

      กลุ่มงานพัฒนากลางน้ำ  : ได้แก่  1) การแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น โกโก้  ผลิภัณฑ์จากต้นจาก  ลูกชก  การแปรรูปผักเหลียง เป็นผง และชาใบเหลียง – AIC  จังหวัดระนอง  2) การพัฒนาสารกำจัดเชื้อโรคในภาชนะบรรจุสินค้าเกษตรด้วยน้ำมันหอมระเหย 3)  การพัฒนาพืชสมุนไพรในสัตว์แทนการใช้ยาเคมี ยาปฏิชีวนะ  4) การพัฒนาระบบ Big Data และแพลตฟอร์มการบริหารจัดการห่วงโซ่เศรษฐกิจแบบครบวงจรของทุกชนิดสินค้าเกษตร ให้อยู่ใน One Platform   เช่น รวมแอพพลิเคชั่นกระทรวงเกษตรฯ 52 แอพฯ เป็นหนึ่งแพลตฟอร์ม   5 ) การพัฒนามาตรฐานอาหารปลอดภัย ในระดับสากล 

      กลุ่มงานพัฒนาปลายน้ำ  : ได้แก่    1) งานพัฒนาตลาดออนไลน์ โดยเชื่อมโยงกับระบบ Big Data   2  ) การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อรองรับการพัฒนาตลาดแบบ O2O    3 ) การพัฒนาตลาดส่งออก ให้มากขึ้น นำรายได้เข้าประเทศ ร่วมมือกระทรวงพาณิชย์  4) การพัฒนาตลาดกลางสินค้าเกษตร ต่อยอดจากฐานตลาดกลางหัวอิฐ ตลาดกลางสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้  ( ยังไม่เห็นโครงการฯที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตลาดกลางของนครศรีธรรมราช – ผู้เขียน )  แต่มีข้อเสนอจาก AIC จังหวัดระนอง ด้านการพัฒนา Cool Chain Logistic  

    กลุ่มงานสนับสนุนเชิงนโยบาย : ได้แก่   1) การบูรณาการกับนโยบาย รัฐบาลดิจิตอล  ให้เป็น AIC Gov Tech. โดยรัฐบาลจะเริ่มดำเนินงาน National Portal จาก 22 หน่วยงาน  130   ระบบปฏิบัติการ ในวันที่ 1 กันยายน 2563 นี้  และเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบ National Single Window   2 ) งานส่งเสริม Food Innopolis  Food Industry และ การ Transformation กลุ่มโรงงานที่เข้าสู่โหมด Sun Set เป็นโรงงานแปรรูปอาหารและสินค้าทางการเกษตรต่างๆ   3 ) จัดตั้งศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ  โดย สศก. ก.เกษตรฯ เป็นเจ้าภาพ ร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย  สนง.สภาพัฒน์ฯ และ สำนักงบประมาณ เป็นต้น ให้ทุก AIC จังหวัดมี Data Center ของตนเอง เพราะทุกมหาวิทยาลัยต่างมีระบบงานคอมพิวเตอร์  ที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว  ดังนั้นในช่วง 3 เดือนต่อไปนี้ สามารถดำเนินการได้ทันทีแบบ Quick Win  4 ) งาน AIC จังหวัดสัญจร  ซึ่งจังหวัดต่างๆ สามารถดำเนินการได้ในจังหวัดของตนเอง ตามศักยภาพและโอกาสที่เอื้ออำนวย   5 ) งานสื่อสารของ AIC Channel ซึ่งต้องมีทุกจังหวัด 

      แม้ว่า งาน AIC จะไม่มีงบประมาณมากมาย           แต่เราจะใช้ความร่วมมือแบบพื้นที่เป็นตัวตั้ง  AB&C  ( Area Base Collaboration )  “ทุน พื้นที่  วิทยากรความรู้  ทรัพยากร บุคลลากร” ของรัฐและมหาวิทยาลัย ทุกจังหวัดเป็นฐานในการขับเคลื่อน  

บทสรุป : แนวทางของ AIC แห่งชาติ  กำหนดและ แต่งตั้งให้ มี 1 มหาวิทยาลัย ต่อ 1 AIC จังหวัด แต่

จังหวัดนครศรีธรรมราช มีมหาวิทยาลัยจำนวนมาก  จึงต้องมีการออกแบบระบบงานการสร้างความร่วมมือกับทุกมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาทุกแห่งมาร่วมมือกัน   หาก AIC นครศรีธรรมราช  ดำเนินการสร้างความร่วมมือกันได้จริง กลุ่มวิทยาการความรู้ ผลงานศึกษาวิจัยของคณาจารย์ทุกสถาบันในจังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่น้อยกว่า 1,000 คน  จะเป็นฐานรองรับการพัฒนาระบบเกษตรกรรม  ระบบเกษตรอุตสาหกรรม  จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศ ได้ไม่ยาก เป็นการนำร่อง “นำเอาความรู้ จากหิ้ง ลงมาสู่ไร่นา และการตลาด”      ด้วยระบบงาน AIC  โดยไม่ต้องใช้”งบประมาณเป็นตัวตั้ง”  ซึ่ง”อลงกรณ์ พลบุตร” กล่าวว่า “กำลังจะมีการประชุมหารือประเด็นนี้กับ รมว.กระทรวง อว. ในเร็วๆนี้”

        “ผู้เขียน” ในฐานะเกษตรกรคนหนึ่ง ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการสมทบ AIC นครศรีธรรมราช เสนอโดย “ประทีป กลีบแก้ว”  ประธานสภาเกษตรกร จังหวัดนครศรีธรรมราช  เชื่อมั่นว่า “หากดำเนินการครบทั้ง 3 กลุ่มนโยบายหลัก ดังกล่าว  โดยมีศูนย์ AIC จังหวัดนครศรีฯเป็น “แกนประสานงาน” นำเอาวิทยาการความรู้เกษตรกรรม ของ   4 ฝ่าย คือ 1)นักวิชาการสถาบันการศึกษา  2)ข้าราชการผู้เชี่ยวชาญ    3) นักวิชาการจากภาคเอกชน  และ 4) ภูมิปัญญาของเกษตรกรที่สั่งสมมายาวนาน   จะเป็นองค์ความรู้เกษตรกรรมแบบ Super Spreader สืบสาน ต่อยอด  โอกาส และศักยภาพ ของเกษตรกรคนเมืองนคร ไปสู่เกษตรกรที่มีความมั่งคั่ง มั่นคง อย่างยั่งยืนได้แน่นอน

    # เกษตรกรไทยรวยได้  โดยไม่ต้องรอการแจกเงินเยียวยาจากรัฐบาล ถ้าเรามี นักการเมืองน้ำดี บริหารนโยบายที่กินได้  พัฒนาฐานความรู้เทคโนโลยีให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง  “สร้างคันเบ็ดให้ประชาชน”

   # SAVE  AIC  นครศรีธรรมราช ให้ดำเนินงานร่วมกันทุกมหาวิทยาลัย และทุกภาคส่วนตลอดไป  โดยยึดเกษตรกร “คนคอน”เป็นศูนย์กลาง 

   # AIC เดินได้ บนฐานของความร่วมมือของทุกภาคส่วน และเกษตรกร “คนคอน” .

                  


วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ก้านยาว



 "ก้านยาว"


ก้าน เธอยาว ดูเด่น เป็นสง่า

สมคำว่า ก้านยาว แดนสยาม

เป็นราชา ผลไม้ ตามนิยาม

คนนิยม ไต่ถาม กันทั่วเมือง

เนื้อละเอียด เนียนนุ่ม สีเหลืองอ่อน

กลิ่นหอมซ่อน กรอบนุ่มใน ดั่งใจฝัน

เจอเจ้าแล้ว สิ่งที่ใช่ รสหวานมัน

มีสักวัน ชวนเชิญท่าน ได้ลิ้มลอง


นิพนธ์ สุขสะอาด /ร้อยกรอง

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ร่วมกิจกรรมท่องเที่ยว กินมังคุดฟรีที่คีรีวง








 #เกษตรนครศรีธรรมราชร่วมกิจกรรมกับชุมชน"กินมังคุดฟรีที่คีรีวง"


วันที่ 22 สิงหาคม 2563 "วันหยุดได้งาน วันทำการได้เที่ยว" นายนิพนธ์ สุขสะอาด เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่อำเภอลานสกา เยี่ยมเยียนให้กำลังใจ และร่วมกิจกรรมกับชุมชน โดยกลุ่มบ้านสมุนไพรคีรีวง โดยการนำของคุณสนธยา ชำนะ และทีมงาน จัดกิจกรรม "กินมังคุดฟรี ที่คีรีวง" หมู่บ้านที่อากาศดีที่สุดในประเทศไทย ณ หมู่ที่ 9 ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 - 26 สิงหาคม 2563 โดยจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้บริโภคมังคุดที่มีคุณภาพ กระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชน การประชาสัมพันธ์ของดีในพื้นที่อำเภอลานสกา และเพื่อกระจายผลผลิตของผลไม้คุณภาพในช่วงฤดูกาลผลิต

 ภายในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เช่น กินมังคุดคีรีวงฟรี บริการนักท่องเที่ยวที่มาเยือน วันละ 1 ตัน มีนิทรรศการสินค้า ผลิตภัณฑ์ของชุมชนจำหน่าย มีองค์ความรู้ที่หลากหลายให้ศึกษา เรียนรู้ และได้สัมผัสบรรยากาศของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรหลากหลายรูปแบบ ชมสวนสมรมตามศาสตร์พระราชา เป็นต้น ทั้งนี้ มังคุดคีรีวง ได้ชื่อว่าเป็น "ราชินีผลไม้แดนใต้" กำลังขอขึ้นทะเบียน GI สินค้า “มังคุดเขาคีรีวง” จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา คาดว่าจะสามารถขึ้นทะเบียน GI ได้เร็วนี้ เพื่อเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และยังมีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชนอีกหลายอย่างที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายสามารถขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI และมีศักยภาพในการแข่งขันทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ ทั้งนี้พื้นที่ปลูกมังคุดคีรีวงอยู่ในตำบลกำโลน ตำบลท่าดี และตำบลเขาแก้ว ของอำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากกว่า 200 เมตร มีฝนชุก และเป็นพื้นที่ป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ สามารถเพาะปลูกมังคุดด้วยวิธีธรรมชาติ ทำให้ได้ผลผลิตที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น มีผลใหญ่ เนื้อสีขาว รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ลูกกลม เปลือกหนา ผิวมันวาว กลีบขั้วสีเขียวสด ก้นรี ซึ่งผลขนาดใหญ่มีน้ำหนักถึง 4 ลูกต่อ 1 กิโลกรัม เปลือกหนาประมาณ 1 เซนติเมตร เมล็ดไม่ใหญ่ เกษตรกรสามารถขายได้ราคาดี สร้างรายได้ สร้างอาชีพสู่ชุมชน และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากต่อไป

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ประชุมเตรียมงานทุเรียนภาคใต้






 เตรียมงาน"เทศกาลทุเรียน ราชาแห่งผลไม้" 30 ตุลาคม -1 พฤศจิกายน 2563


วันที่ 11 สิงหาคม 2563 นายนิพนธ์ สุขสะอาด เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยคุณจักรพรรดิ์ ลิเลิศพันธ์ บิ๊กบ๊อส โรงแรมทวินโลตัส คุณกรกฎ เตติรานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช รศ ดร.สมพร ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านไม้ผล คุณประพันธ์ แดงพรหม ประธานแปลงใหญ่ทุเรียนกรุงชิง คุณนิยม คงเมฆ ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องระดับอำเภอ ร่วมประชุมเพื่อวางแผน และเตรียมความพร้อมในการจัดงาน "เทศกาลทุเรียนภาคใต้" ณ โรงแรมทวินโลตัส โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย นักธุรกิจ เข้าร่วมเตรียมการ และวางแผนในครั้งนี้ ณ ล๊อบบี้โรงแรมทวินโลตัส จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป้าหมายของการจัดงานเพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน (เกษตรกร) ส่งเสริมให้จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นศูนย์กลางของผลไม้ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการซื้อขายทุเรียนไทย เกิดการพัฒนาทางการเกษตรที่ยั่งยืนและเป็นรูปธรรม เช่น การสัมมนาความรู้ทางวิชาการ ในกระบวนการผลิต และการตลาด การประมูลทุเรียนการกุศล การจัดงานบุฟเฟ่ต์ผลไม้ทุเรียน การออกบูธร้านของเกษตรกร เน้นทุเรียนคุณภาพ การประกวดทุเรียนประเภทต่าง ๆ (ทุเรียนคุณภาพสุกพร้อมรับประทาน รางวัลชนะเลิศ 5'000 บาท /ทุเรียนผลใหญ่ รางวัลชนะเลิศ 3,500 บาท /ต้นทุเรียนยักษ์ เพื่อหาความเป็นที่สุดของนครศรีธรรมราช รางวัล 5,000 บาท    บุฟเฟ่ต์ทุเรียน การแข่งขันคัดทุเรียน สาธิตการประกอบอาหารจากทุเรียน และมีการจำหน่ายผลผลิต ออกบูธร้านผลิตภัณฑ์และอื่น ๆ อีกมากมาย การจัดงานในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของหลายฝ่ายโดยคาดว่าจะไม่ต้องใช้งบประมาณของทางราชการเลย

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2563

รู้รักสามัคคีฯ

 รู้รักสามัคคี/รู้ดีมีเหตุผล


รู้ ว่าสิ่งใด ที่ควรรู้

รู้ ว่าตนยืนอยู่ ณ จุดไหน

รู้ ให้ลึก ว่าตน นั้นคือใคร

รู้ ว่ามีสิ่งใด ที่ควรทำ


รัก ตนเอง ต้องรักษ์ ดูแลตัว

รัก ครอบครัว ต้องดูแล อย่างเหมาะสม

รัก ส่วนรวม ต้องอาทร ต่อสังคม

รัก ชาติเรา ต้องนิยม สามัคคี


สอนคนอื่น ให้รู้ดี มีเหตุผล

ส่วนตัวตน ฉุนเฉียว น่าสงสัย

ลอกเขามา หรือท่องจำ รู้แก่ใจ

จงจำไว้ อย่าสอนใคร ควรสอนตน


นิพนธ์ สุขสะอาด/ร้อยกรอง

เตรียมจัดงานมหกรรม SME นครศรีฯ


 มีข่าวดีมาบอก

เลิงาน ร่วมประชุมกับสมาพันธ์ SME จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยประธานสรวิศ จันทร์แท่น ณ โรงแรมราวดี อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช โดยมีประเด็นหลักในการหารือเรื่องการจัดงาน SME Festival Trade Fair 2020 ในวันที่ 25-27 กันยายน 2563 ณ โรงแรมราวดี มีกิจกรรมหลักที่เกี่ยวข้องกับพวกเราคือการเปิดบู๊ธจำหน่ายสินค้าชุมชน สินค้าเกษตร อาหารพื้นบ้าน จะได้เป็นโอกาสของเกษตรกรกลุ่มผู้ผลิต กลุ่มเครือข่ายท่องเที่ยวเกษตร ผู้เกี่ยวข้องช่วยคิดต่อนะครับ จะเอาอะไรมาขาย จะเอาอะไรมาโชว์

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2563

มังคุดเขาคีรีวง






 มังคุดเขาคีรีวง อีกหนึ่งชนิดสินค้าเกษตร อัตลักษณ์เมืองนคร


ราชินีแห่งผลไม้ ณ เทือกเขาหลวง ในนามมังคุดเขาคีรีวง งดงามสมคำร่ำลือ ถิ่นกำเนิดในพื้นที่ต้นน้ำ อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ๆได้ชื่อว่าน้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ "อากาศดีที่สุดในประเทศไทย" 

จากสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีดินบนเทือกเขาหลวงที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีอินทรีย์วัตถุมาก ทำให้มังคุดมีผลโตกว่ามังคุดพื้นราบ เคยเจอมาขนาด 250 กรัม/ผล หรือ 4 ผล/กิโลกรัม เปลือกผลหนา เนื้อในเนียนขาวสะอาด รสชาติหวานอมเปรี้ยว ผิวภายนอกสวยสะอาด เมื่อสุกจะเป็นผิวมันเลื่อม เนื่องมาจากการปลูกพืชหลายชั้นแบบผสมผสาน มีร่มรำไร ผิวผลจึงสวยงาม รสชาติที่ว่าหวานอมเปรี้ยว ฝรั่งชอบทาน ราคาไม่ค่อยเกี่ยง จึงทำให้มังคุดเขาคีรีวง คือนางงามในสายตาของนักค้า และลูกค้าตลาดพรีเมี่ยม

ปี 2563 เกษตรกรผู้ปลูกมังคุด คีรีวง รวมตัวกันขอจดแจ้งเป็นมังคุด GI (ตามสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์)โดยความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้งสำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ร่วมกันขับเคลื่อน ยื่นคำขอต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เรียบร้อยแล้ว ใกล้จะถึงวันเวลาได้รับการรับรองเป็นมังคุด GI ในอีกไม่นานเกินรอ จะเป็นสินค้าที่สร้างอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจของเจ้าของสินค้า และชุมชนร่วมกันในนาม "มังคุดเขาคีรีวง"

มังคุดที่อื่นบ่นน้อยใจ ทำไมไม่เอาของเราใส่ไปด้วย? เสียเปรียบมั๊ย? รักไม่เท่ากัน? ต่างๆนานา ขอเรียนชี้แจงว่า การขอ GI ก็บ่งชี้ว่าที่ไหน ตามขอบเขตเฉพาะทางภูมิศาสตร์ มีดิน น้ำ สิ่งแวดล้อม พันธุ์ การจัดการ เหมือนกัน ในขอบเขตที่แน่นอน ฯลฯ ส่วนที่อื่นถ้าเห็นว่า มีดีมีเด่น มีเอกลักษณ์อย่างไรก็รวมตัวกันขอกันมาได้ แต่ขอย้ำว่า GI คือความแตกต่างที่เหนือกว่า ถ้าไม่ต่างก็คือทั่วไป ก็ไม่ต้องขอ

หลังจากได้ GI แล้วจะต้องกำหนดกฎเกณฑ์ในการใช้ร่วมกันอย่างรู้คุณค่า และรู้รักษาอย่างยั่งยืนนะครับ

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ต้อนรับรองนายก/รมวพาณิชย์














 วันหยุดได้งาน วันทำการได้เที่ยว


วันนี้ คุ้มค่าหลวงจ้างอีกวัน 

เช้า ณ โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน นครศรีธรรมราช ร่วมงานอบรม E Commerce หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือการค้าขายออนไลน์ โดย รองนายกฯและรมว พาณิชย์ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ ประธานเปิดอบรม พบปะ ชมนิทรรศการ ชมสินค้าตัวอย่าง และเยี่ยมทักทายสมาชิกผู้เข้าอบรมอย่างเป็นกันเอง


ช่วงบ่าย รองนายกฯ และ รมว พาณิชย์ พบปะเยี่ยมเกษตรกรชาวสวนผลไม้ และผู้ปลูกมันแกว ณ ศาลาประชาคมอำเภอร่อนพิบูลย์ เป็นสักขีพยาน MOU ระหว่างนักธุรกิจออนไลน์ ออฟไลน์ กับเกษตรกราวสวนมังคุด พบปะเกษตรกร เปิดกิจกรรม "ปลาแลกมันแกว" 


ช่วงเย็น รองนายกฯ และ รมว พาณิชย์ พบปะเยี่ยมเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ณ หน้าที่ว่าการอำเภอพรหมคีรี เป็นสักขีพยาน MOU ระหว่างนักธุรกิจออนไลน์ ออฟไลน์ กับเกษตรกราวสวนมังคุด พบปะเกษตรกร ในการนี้ พิธีกรได้เชิญ เกษตรจังหวัดได้กล่าวพบปะ ทักทายพี่น้องเกษตรกร ที่มาต้อนรับคณะ และแจ้งแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ ในปี 63 ด้วย