วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2563

รับนโยบาย AIC @ มวล


 การประชุมรับนโยบายและเสนอแนวทางของ A I C  (  Agritech Innovation Center) – ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวตกรรม  นครศรีธรรมราช  ระยะที่ 2  ( กันยายน – พฤศจิกายน 2563 )

                                                                                            ณรงค์ คงมาก  กก.สมทบ AIC นครศรีฯ***

              จากการเข้าร่วมการประชุมรับฟังนโยบายจาก “อลงกรณ์ พลบุตร” ที่ปรึกษา รมว.ก.เกษตรและสหกรณ์ และผู้อำนวยการศูนย์ AIC ระดับชาติ   ระยะที่ 2  เดือนกันยายน – พฤศจิกายน 2563  และรับฟังข้อเสนอทางวิชาการของ คณะนักวิชาการจาก ม.วลัยลักษณ์   เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2563 “ผู้เขียน” มีรายงานจากการประชุมและความเห็นประกอบ เสนอดังต่อไปนี้

          ทบทวนแนวคิดและเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของ AIC : ไทยต้องเป็นประเทศมหาอำนาจทางการเกษตรและเกษตรกรไทยร่ำรวยได้  “อลงกรณ์ พลบุตร” ให้กรอบแนวทางสำคัญของAIC ในการบรรยาย บางตอน ว่า “ภาคเกษตรกรรมของไทยมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นประเทศส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารอันดับที่ 11 ของโลกในปี 2562  ในทวีปเอเชีย เป็นรองเฉพาะประเทศจีน การพัฒนาเกษตรกรรมที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ส่วนหนึ่งเป็นผลจากผลิตคนและวิทยาการความรู้ด้านการเกษตรจากสถาบันการศึกษาของไทย  ยกตัวอย่างประเทศจีน พัฒนาได้จนเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกก็ด้วยการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นพื้นฐาน จนมีความเป็นเลิศเกือบทุกด้าน เกษตรกรไทยส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย เกษตรกรส่วนใหญ่ยากจน และมีหนี้สิน  ( แต่มีศักยภาพในการออกส่งออกสินค้าเกษตรเป็นอันดับ 11 ของโลก  โดยบริษัทเอกชน ผู้ประกอบการทางเกษตรกรรม –ผู้เขียน )  จะพัฒนาตามแบบประเทศตะวันตกและจีนซึ่งเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ ไม่ได้ เราต้องออกแบบแนวทางการพัฒนาเกษตรกรรมของเราเอง  ต้องใช้ศาสตร์พระราชาและเกษตรกรรมยั่งยืน ไม่ใช่พัฒนาโดยการแจกเงินอย่างเดียว ( แจกปลา ไม่แจกเบ็ด )  นอกจากนโยบายจัดตั้งศูนย์ AIC ทุกจังหวัดแล้ว เรายังผลักดันนโยบาย 1 ตำบล  1 กลุ่มทฤษฎีใหม่  หรือ โคก หนอง นา โมเดล ด้วยวงเงิน  9,800 ล้านบาท แบ่งเป็นบทบาทหน้าที่ของ ก.เกษตร จำนวน 4,009 ตำบล และ ก.มหาดไทย 3,000 ตำบล  ครอบคลุมทั้ง 70,000  หมู่บ้าน  รวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายเกษตรกรรมยั่งยืนระดับประเทศ เพื่อมาเชื่อมโยงกัน   ดังนั้นแนวทางการบริหารจัดการศูนย์ AIC จังหวัด  ต้องบูรณาการงานทั้ง 3 ก้อนเข้าด้วยกัน คือ “  1.) เกษตรกรรมยั่งยืน    2.) เกษตรทฤษฏีใหม่  3.) ศูนย์ AIC จังหวัด  หากนโยบายเกษตรกรรมไทยทำครบทั้ง 3 นโยบายแบบ Quick Win  รัฐบาลจะสามารถพัฒนาและแก้ปัญหาเกษตรกรรมของประเทศได้ทันที  เกษตรกรของไทยจะก้าวไปสู่แนวทางการปลดหนี้สิน เพิ่มรายได้ และจะเป็นเกษตรกรที่มีความมั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน  ( แต่รัฐบาลต้องหยุดนโยบายแจกเงินอย่างเดียวอย่างที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ให้เน้นการพัฒนาคน วิทยาการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกษตรกรรมบนฐานความรู้ และพัฒนาอย่างครบห่วงโซ่การผลิต  โดยองค์กรเกษตรกรพัฒนาทักษะเป็นผู้ประกอบการเองด้วยในทุกระดับ  – ผู้เขียน )

     ในยุคหลังโควิดนี้ องค์การสหประชาชาติ คาดการณ์ว่าโลกจะขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง และไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารส่งออกเลี้ยงชาวโลก (  และเมื่อไทยอยู่ในสถานะแหล่งผลิตอาหารเลี้ยงพลโลกอันดับต้นๆของโลก  อย่างที่ “อลงกรณ์  พลบุตร” ให้ข้อมูล  เกษตรกรไทยก็ไม่ควรตกอยู่ในวังวน ความยากจนและหนี้สิน อย่างทุกวันนี้  - ผู้เขียน ) 

     แนวทางของ ศูนย์ AIC จังหวัดนครศรีธรรมราช และของประเทศไทย  ที่ดำเนินการมาประมาณ 6 เดือน และแนวนโยบายอีก 3 เดือน ( กันยายน – พฤศจิกายน 2563 ) คืออะไร ? บริหารจัดการอย่างไร? เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หรือแก้ปัญหาของภาคเกษตรกรรมไทยที่สั่งสมมายาวนานได้ บนฐานข้อมูลที่ว่า “ไทยเป็นประเทศผลิตสินค้าเกษตรและอาหารส่งออกอันดับที่ 11 ของโลก แต่เกษตรกรกลับอยู่ในภาวะความยากจนและหนี้สิน 

           แนวทางนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนศูนย์ AIC จังหวัด 3 เดือน ( กันยายน – พฤศจิกายน 2563  )ผู้อำนวยการ AIC ระดับชาติ  และผู้กำกับนโยบาย เกษตรกรรมยั่งยืนและเกษตรทฤษฎีใหม่ “อลงกรณ์ พลบุตร”  ให้แนวนโยบายของ AIC ไว้ ประมาณ 17 แนวทาง  รวมทั้งข้อเสนอของคณาจารย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 13 คณะ/สำนัก  สามารถสรุปเป็นกลุ่มของกิจกรรมตามกรอบแนวคิด “ห่วงโซ่เศรษฐกิจและห่วงโซ่มูลค่า”  ดังต่อไปนี้ 

      กลุ่มงานพัฒนาต้นน้ำ  : ได้แก่  1) งานเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่รัฐลงงบประมาณมาให้แล้ว 9,800 ล้านบาท  2) งานพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต ด้านเกษตร ประมง ปศุสัตว์   3.) รวมทั้งพืชเกษตรใหม่ในอนาคต เช่น โกโก้  กัญชง  กัญชา   กระท่อม  ปูม้า  ต้นจาก  ( ลุ่มน้ำปากพนัง )  ลูกชก  ฯลฯ  พืชเศรษฐกิจเดิมที่ต้องยกระดับพัฒนาการผลิต เช่น มังคุด  ส้มโอทับทิมสยาม ข้าวพื้นเมือง  4) งานพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย   ทั้งสินค้าเดิมและสินค้าใหม่   5 ) การพัฒนาการเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ การแปรรูป และเชิงการท่องเที่ยว  โดยใช้สวนสามพรานโมเดล จังหวัดนครปฐม เป็นต้นแบบ  และในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีหลายพื้นที่ที่ดำเนินการได้ เช่นกัน  ( ในพื้นที่ส่งเสริมของสำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช  – ผู้เขียน )   การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวด้านอาชีพประมง ( ปูม้า )   6 ) การเชื่อมโยงวิทยาการความรู้การผลิตเกษตรกรรม  กับสถาบันการศึกษานานาชาติ ทั้งการแลกเปลี่ยนนักวิจัยและวิทยาการความรู้สมัยใหม่ มาพัฒนาฐานการผลิตทุกสาขาอาชีพ 7) การพัฒนาระบบการควบคุมสารพิษในสินค้าเกษตรและอาหาร และการเชื่อมโยงกับงานด้านการแพทย์ และสาธารณสุขอนามัยของเกษตรกรและผู้บริโภค  เพราะทุกคนได้ต้องการเห็นเกษตรกรร่ำรวย แต่นอนป่วยติดบ้านติดเตียง หรือเสียชีวิตจากพิษภัยของเคมีเกษตร

      กลุ่มงานพัฒนากลางน้ำ  : ได้แก่  1) การแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น โกโก้  ผลิภัณฑ์จากต้นจาก  ลูกชก  การแปรรูปผักเหลียง เป็นผง และชาใบเหลียง – AIC  จังหวัดระนอง  2) การพัฒนาสารกำจัดเชื้อโรคในภาชนะบรรจุสินค้าเกษตรด้วยน้ำมันหอมระเหย 3)  การพัฒนาพืชสมุนไพรในสัตว์แทนการใช้ยาเคมี ยาปฏิชีวนะ  4) การพัฒนาระบบ Big Data และแพลตฟอร์มการบริหารจัดการห่วงโซ่เศรษฐกิจแบบครบวงจรของทุกชนิดสินค้าเกษตร ให้อยู่ใน One Platform   เช่น รวมแอพพลิเคชั่นกระทรวงเกษตรฯ 52 แอพฯ เป็นหนึ่งแพลตฟอร์ม   5 ) การพัฒนามาตรฐานอาหารปลอดภัย ในระดับสากล 

      กลุ่มงานพัฒนาปลายน้ำ  : ได้แก่    1) งานพัฒนาตลาดออนไลน์ โดยเชื่อมโยงกับระบบ Big Data   2  ) การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อรองรับการพัฒนาตลาดแบบ O2O    3 ) การพัฒนาตลาดส่งออก ให้มากขึ้น นำรายได้เข้าประเทศ ร่วมมือกระทรวงพาณิชย์  4) การพัฒนาตลาดกลางสินค้าเกษตร ต่อยอดจากฐานตลาดกลางหัวอิฐ ตลาดกลางสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้  ( ยังไม่เห็นโครงการฯที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตลาดกลางของนครศรีธรรมราช – ผู้เขียน )  แต่มีข้อเสนอจาก AIC จังหวัดระนอง ด้านการพัฒนา Cool Chain Logistic  

    กลุ่มงานสนับสนุนเชิงนโยบาย : ได้แก่   1) การบูรณาการกับนโยบาย รัฐบาลดิจิตอล  ให้เป็น AIC Gov Tech. โดยรัฐบาลจะเริ่มดำเนินงาน National Portal จาก 22 หน่วยงาน  130   ระบบปฏิบัติการ ในวันที่ 1 กันยายน 2563 นี้  และเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบ National Single Window   2 ) งานส่งเสริม Food Innopolis  Food Industry และ การ Transformation กลุ่มโรงงานที่เข้าสู่โหมด Sun Set เป็นโรงงานแปรรูปอาหารและสินค้าทางการเกษตรต่างๆ   3 ) จัดตั้งศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ  โดย สศก. ก.เกษตรฯ เป็นเจ้าภาพ ร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย  สนง.สภาพัฒน์ฯ และ สำนักงบประมาณ เป็นต้น ให้ทุก AIC จังหวัดมี Data Center ของตนเอง เพราะทุกมหาวิทยาลัยต่างมีระบบงานคอมพิวเตอร์  ที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว  ดังนั้นในช่วง 3 เดือนต่อไปนี้ สามารถดำเนินการได้ทันทีแบบ Quick Win  4 ) งาน AIC จังหวัดสัญจร  ซึ่งจังหวัดต่างๆ สามารถดำเนินการได้ในจังหวัดของตนเอง ตามศักยภาพและโอกาสที่เอื้ออำนวย   5 ) งานสื่อสารของ AIC Channel ซึ่งต้องมีทุกจังหวัด 

      แม้ว่า งาน AIC จะไม่มีงบประมาณมากมาย           แต่เราจะใช้ความร่วมมือแบบพื้นที่เป็นตัวตั้ง  AB&C  ( Area Base Collaboration )  “ทุน พื้นที่  วิทยากรความรู้  ทรัพยากร บุคลลากร” ของรัฐและมหาวิทยาลัย ทุกจังหวัดเป็นฐานในการขับเคลื่อน  

บทสรุป : แนวทางของ AIC แห่งชาติ  กำหนดและ แต่งตั้งให้ มี 1 มหาวิทยาลัย ต่อ 1 AIC จังหวัด แต่

จังหวัดนครศรีธรรมราช มีมหาวิทยาลัยจำนวนมาก  จึงต้องมีการออกแบบระบบงานการสร้างความร่วมมือกับทุกมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาทุกแห่งมาร่วมมือกัน   หาก AIC นครศรีธรรมราช  ดำเนินการสร้างความร่วมมือกันได้จริง กลุ่มวิทยาการความรู้ ผลงานศึกษาวิจัยของคณาจารย์ทุกสถาบันในจังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่น้อยกว่า 1,000 คน  จะเป็นฐานรองรับการพัฒนาระบบเกษตรกรรม  ระบบเกษตรอุตสาหกรรม  จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศ ได้ไม่ยาก เป็นการนำร่อง “นำเอาความรู้ จากหิ้ง ลงมาสู่ไร่นา และการตลาด”      ด้วยระบบงาน AIC  โดยไม่ต้องใช้”งบประมาณเป็นตัวตั้ง”  ซึ่ง”อลงกรณ์ พลบุตร” กล่าวว่า “กำลังจะมีการประชุมหารือประเด็นนี้กับ รมว.กระทรวง อว. ในเร็วๆนี้”

        “ผู้เขียน” ในฐานะเกษตรกรคนหนึ่ง ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการสมทบ AIC นครศรีธรรมราช เสนอโดย “ประทีป กลีบแก้ว”  ประธานสภาเกษตรกร จังหวัดนครศรีธรรมราช  เชื่อมั่นว่า “หากดำเนินการครบทั้ง 3 กลุ่มนโยบายหลัก ดังกล่าว  โดยมีศูนย์ AIC จังหวัดนครศรีฯเป็น “แกนประสานงาน” นำเอาวิทยาการความรู้เกษตรกรรม ของ   4 ฝ่าย คือ 1)นักวิชาการสถาบันการศึกษา  2)ข้าราชการผู้เชี่ยวชาญ    3) นักวิชาการจากภาคเอกชน  และ 4) ภูมิปัญญาของเกษตรกรที่สั่งสมมายาวนาน   จะเป็นองค์ความรู้เกษตรกรรมแบบ Super Spreader สืบสาน ต่อยอด  โอกาส และศักยภาพ ของเกษตรกรคนเมืองนคร ไปสู่เกษตรกรที่มีความมั่งคั่ง มั่นคง อย่างยั่งยืนได้แน่นอน

    # เกษตรกรไทยรวยได้  โดยไม่ต้องรอการแจกเงินเยียวยาจากรัฐบาล ถ้าเรามี นักการเมืองน้ำดี บริหารนโยบายที่กินได้  พัฒนาฐานความรู้เทคโนโลยีให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง  “สร้างคันเบ็ดให้ประชาชน”

   # SAVE  AIC  นครศรีธรรมราช ให้ดำเนินงานร่วมกันทุกมหาวิทยาลัย และทุกภาคส่วนตลอดไป  โดยยึดเกษตรกร “คนคอน”เป็นศูนย์กลาง 

   # AIC เดินได้ บนฐานของความร่วมมือของทุกภาคส่วน และเกษตรกร “คนคอน” .

                  


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น