วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2564

กล้วยไม้ ช้างแดง




 "กล้วย...ไม้"

ชื่อว่ากล้วย ดูเหมือนว่า น่ากินง่าย

กินไม่ได้ เพราะมีไม้ อยู่ข้างหลัง

ดอกสีแดง ลำต้นสูง ดอกทนจัง

ไม้อยู่หลัง คือกล้วยไม้ ใช่ของกิน

ชื่อช้างแดง ชื่อก็บอก ดอกสีแดง

ต้นแข็งแรง ปลูกง่าย ใช้แยกหน่อ

ปลูกนานๆ เริ่มแตก แยกเป็นกอ

สวยงามพอ "ช้างแดง" กล้วยไม้เรา

วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2564

โควิด กับชีวิตที่ต้องเสี่ยง


 โควิด ชีวิตเสี่ยงมากขึ้นทุกวัน


จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด 19 ระลอกที่ 3 ดูจะรุนแรงและหาขอบเขต หรือจุดจบยากเต็มที ทุกคน ทุกสังคม ยังดูเหมือนว่าประมาท และระมัดระวังกันน้อยเกินไป คงคิดว่า คนที่เป็นโรค คือคนอื่น ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เพื่อนเรา มารู้อีกทีก็สายไปเสียแล้ว


คลัสเตอร์ ต่างๆ ตอนนี้ไม่มีแล้ว เพราะไม่รู้ขอบเขต ลามไปทั่ว บางคนสอบสวนโรคไม่ถูก ยังไม่รู้ว่าติดมาจากไหนก็มี


ทางที่ดีต้องป้องกันตัวเองให้ถึงที่สุด การถอดแมสขอถ่ายสักรูป ใส่แมสใต้คาง แมสคล้องแขน ทำเป็นเท่ห์ เลิกเถอะ การนั่งใกล้ชิด ออเซาะ หยุดสักพัก ห้องประชุมเก้าอี้ชิดๆ ไม่ควรมี


ส่วนที่ต้องดูแลคือ (1) คลัสเตอร์ตัวเอง และคนในครอบครัว (2) คลัสเตอร์ที่ทำงาน 2 คลัสเตอร์นี้ต้องแกร่งพอและจริงจัง ส่วน คลัสเตอร์ 3 สังคม คงป้องกันยากยิ่ง ต้องหนีห่างสังคมสักพัก (ถ้าทำได้) ยอมให้เพื่อนว่าใจไม่ถึงสักพัก เดี๋ยวดีเอง


ข้าราชการ ก็คือกลุ่มสุ่มเสี่ยงยิ่งนัก กำหนดชะตาตัวเองไม่ได้เลย เขาสั่งให้ไปไหน ต้องไป ประชุมเช้า ประชุมเย็น เพื่อนร่วมวงประชุมใครติดมาบ้างไม่มีใครรู้ เครื่องวัดอุณหภูมิไม่ได้บอกอะไร เสี่ยงกันไป วัดดวงกันไปรายวัน ลูกน้องถามถึงวัคซิน ตอบไม่ได้ คิดว่าคงอีกนาน ใครดวงแข็งคงอยู่รอด ขอพรพระธาตุเมืองนคร คุ้มครองคนดีด้วยเถิด ขอรับ

วันศุกร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2564

พญาวัน สมรม




 พญาวัน วันเริ่มต้น แห่งราศรี

เริ่มต้นปี เริ่มต้นคิด เริ่มสร้างสรรค์

วันนี้ดี ปลูกต้นไม้ เพื่อแบ่งปัน

กาลข้างหน้า มาเยี่ยมกัน แบ่งกันกิน

ผักเหนาะ ผักกินแกล้ม แนมอาหาร

ผักพื้นบ้าน ปลูกง่าย ประโยชน์สม

ปลูกลูกฉิ่ง ปลูกต้นหมุย แบบสมรม

ไม่น่าชม รกรุมสุม แต่มีกิน

นิพนธ์ / ร้อยกรอง

วันพุธที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2564

กลอน บ้านพอเพียง






 สิ่งที่ฝันไว้ ถ้าทำได้พาให้รวย


บ้าน 1 ไร่ เป็นที่ไว้ ใช้ประโยชน์

เข้าสู่โหมด เตรียมขยัน ก่อนเกษียณ

ทำทุกอย่าง ที่กินใช้ ได้บทเรียน

เริ่มพากเพียร คำพ่อสอน ที่จดจำ


หนึ่ง..อาคาร บ้านเรือน อยู่อาศัย

ไม่ต้องใหญ่ หรูหรา พอเหมาะสม

สอง..บริเวณ ที่ว่างมี ได้เดินชม

ไม้ประดับ จัดสมรม ดูงามตา


สาม..ไม้ผล มีไว้กิน ได้ร่มเงา

ถูกใจเรา ฝากญาติได้ ใครมาหา

สี่..ในบ่อ ข้างบ้าน ใช้เลี้ยงปลา

เพื่อผ่อนคลาย หรือจับมา กินยามจน


ห้า..คันบ่อ ปลูกผักไว้ ตามใจตน

หก..โคนไม้ผล ปลูกพริกไทย ไว้เก็บขาย

เจ็ด..ใต้ร่มเงา เพาะกล้า ชำต้นไม้

มีไว้ขาย เป็นรายได้ ช่วยแบ่งเบา


แปด..ผิวน้ำ ยังว่างอยู่ ค่อยคิดเติม

สร้างแพเสริม เป็นโรงเรือน เพาะเห็ดได้

เก้า..โรงเลี้ยงไก่ ไว้กินไข่ ก็ทำไป

สิบ..ไส้เดืนดิน ก็เลี้ยงไว้ ได้มายา 


สิบเอ็ด..สมุนไพร หยูกยา ยามขัดสน 

เข้าตาจน หยิบใช้  เหมือนใกล้หมอ 

ทุกอย่างที่ คิดไว้ ไม่รั้งรอ

ข้อเสนอ เหตุผลพอ ต้องจัดทำ


ที่ร้อยเรียง กล่าวมา บอกผองเพื่อน

ในครัวเรือน มีอาหาร สมบูรณ์สิ้น

ได้ชื่อว่า บ้านเกษตร บ้านทำกิน

คนติดดิน คนรู้ค่า ความพอเพียง


นิพนธ์ สุขสะอาด / ร้อยกรอง

วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2564

"วันว่าง"


 "วันว่าง"


วันนี้ 14 เมษายน 2564 วันที่รัฐยาลประกาศว่าเป็น "วันครอบครัว" และก่อนหน้านี้ บรรพชน คนต้นคิด ซึ่งไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นใคร ตั้งให้เป็น "วันว่าง" ช่างเป็นกลอุบายที่แยบยล เพื่อให้คนในครอบครัว หยุด เพื่อตั้งสติ ในการเริ่มต้นทั้งเรื่อง ชีวิต ครอบครัว การอาชีพ และอื่นๆปรึกษาหารือ กับคนในครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ห้ามอ้างยุ่งโน่นนี่นั่น เพราะวันนี้เป็นวันที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน คือ "ทุกคนว่าง" จะคิดทบทวน ไตร่ตรอง หยอกเย้า ออเซาะ สนิทสนม ทำอาหารอร่อยๆ กินกัน วันนี้เป็นโอกาสของทุกคน ทุกครอบครัว ที่จะใช้ วันว่าง ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด


*** วันว่าง ไม่ใช่วันทำร้ายสังคม ไม่ใช่วันแห่งความวุ่นวาย ไม่ใช่วันทำลายสุขภาพ นะครับ


ในโอกาส วันว่าง หรือวันครอบครัว ผมขอให้ทุกท่านมีความสุขกับ วันว่าง อย่างคุ้มค่า และอย่าลืมป้องกัน โควิด เต็มกำลังด้วยนะครับ สวัสดีครับ

วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2564

ทุเรียนอ่อน ทำไปทำไม?







 ทุเรียนอ่อน ทำไปทำไม?


ข่าวคราว การจับทุเรียนอ่อน ในแถบภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน เป็นข่าวเป็นคราวเสมอมา โดยเฉพาะช่วงต้นฤดู ขณะที่ทุเรียนพันธุ์เบา กระดุมทอง พวงมณี เริ่มออกสู่ตลาด ส่วนหมอนทองจะสุกแก่ หลังเขาอีกเป็นเดือน ถ้าตัดพร้อมกัน ยังไงก็อ่อน


ทั้งประเภทกูรู หวังดี และ ประเภทตีกิน ออกม่แสดงความคิดเห็นกันมากมาย แก้ได้ แก้ไม่ได้ การใช้กฎหมาย คือทางออกเล็กๆ ช่องหนึ่งเท่านั้นเอง ส่วนอีกหลายวิธีที่จะนำเสนอต่อไปนี้ คือทางออกของจริง แต่จะปฏิบัติหรือไม่ คงแล้วแต่บุญแต่กรรม


การปฏิบัติการชวนชาวบ้านผสมดอกทุเรียน ในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเกษตรจังหวัด ให้แนวทางกับเกษตรอำเภอที่มีพื้นที่ปลูกทุเรียนทุกอำเภอ ให้จัดสาธิตการผสมดอกทุเรียน ให้ชาวสวนทุเรียนดู เรียนรู้ และทดลองทำ โดยไม่ต้องใช้งบประมาณของทางราชการ เพื่อสร้างการรับรู้ ในการพัฒนาทุเรียนสู่ความเป็นเลิศ ให้ได้ผลทุเรียนที่มีพูเต็ม 4-5 พู รูปทรงสวย เนื้อหนา เปลือกบาง เมล็ดเล็กลีบ อีกไม่นานจะได้พิสูจน์ผลกัน


18 มีนาคม 2564 ยามย่ำค่ำ เริ่มผสมดอกจุดแรกที่สวนลุงคล่อง ศรีพัฒน์ ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน มีเกษตรกรระดับแนวหน้ามาร่วมกิจกรรมมากมาย หลังจากนั้นนัดต่อๆกันมา อำเภอช้างกลาง อำเภอฉวาง (ท่านผู้ว่าฯไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ไปเป็นประธานเอง) ต่อมาอำเภอชะอวด อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอบางขัน อำเภอนบพิตำ และอำเภอสิชล รวม 8 อำเภอ ยังอีก 2 อำเภอในรอบนี้การสาธิตผสมดอกทุเรียนในฤดูจะหมดสิ้น นั่นหมายถึงทุเรียนในฤดูของนครศรีธรรมราช จะออกสู่ตลาด ตัดได้ประมาณกลางเดือนกรกฎาคม 2564


หลังจากวันผสมดอก หรือวันที่ดอกทุเรียนบ่น เจ้าของสวนทุกคนรู้ว่าทุเรียนของตนเองบานวันไหน "หมอนทอง" นับไปเลยครับ 120 วัน เจ้าของต้องรู้ มือตัดต้องรู้ พ่อค้าต้องรู้ เช่นเดียวกันว่า อ่อนหรือแก่ หากมองไม่รู้ดูไม่ออก แนะนำให้เจ้าของสวนขีดปฏิทินไว้เลย เตือนสติเตือนใจ ใจแข็งพอ ไม่ทำลายตลาดทุเรียนด้วยมือเรา ช่วยกันคิดช่วยกันจำ ตัดก่อนได้เล็กน้อย แต่ไม่ควรเกิน 10 วัน


การจัดการสวนอย่างดี รดน้ำ ใส่ปุ๋ย ป้องกันโรค แมลง ผสมดอก แต่มาตายตอนจบ ตัดทุเรียนอ่อน ไม่เป็นประโยชน์กับใครทั้งสิ้น และกลับเป็นโทษกับชาวสวนทุเรียนเองโดยตรง หรือใครว่าไม่จริงเถียงได้ครับ และโปรดชี้แนะผมด้วยว่า "ตัดทุเรียนอ่อน" ดีอย่างไร?...


ไม่ต่างอะไรจากคนเสพยา ทำลายตัวเองชัดๆ ทำไปทำไม ?

เยี่ยมกลุ่ม วสช เกษตรอินทรีย์ ชะอวด






 


"วันหยุดได้งาน วันทำการได้เที่ยว"


12 เมษายน 2564


หลังจากออกตรวจเยี่ยมด่านความปลอดภัยช่วงสงกรานต์ @ อำเภอร่อนพิบูลย์ และเลยไปเยี่ยมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์อำเภอชะอวด ติดตามความก้าวหน้าการเตรียมการ เสนอโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ของเครือข่ายท่องเที่ยวเกษตร @ บางคุระฟาร์ม บ้าน อบต ชี กุลเดช ยมพมาศ ตำบลท่าเสม็ด สนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การเลี้ยงปูคอนโด การเพาะเลี้ยงไส้เดือน ฯลฯ ก่อนเดินทางกลับ

วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2564

แนะนำวิชาการ ทุเรียน


 




"วันหยุดได้งาน วันทำการได้เที่ยว"


เสาร์ที่ 10 เมษายน 2564 @ หมู่ที่ 6 ตำบลเขาแก้ว อำเภอลานสกา เสร็จภารกิจส่วนตัว ได้รับการร้องขอจากเกษตรกร นาย กบ กำพร ให้ไปช่วยแนะนำการจัดการสวนทุเรียน โดยเฉพาะช่วงที่กำลังติดดอก ระยะ หัวกำไล  


เดินทางโดยรถจักรยายนต์ ปีนป่ายไปตามทางลาดกว้าง 40-50 เซนติเมตร ท้าทายดี ถึงที่หมาย ตามเวลา เสียดายลืมจับพิกัดความสูง แต่อยู่ใกล้เคียงกับน้ำตกกะโรม แนะนำตามหลักวิชาการ การตัดแต่งช่อดอก การผสมดอก การตัดแต่งกิ่ง และไม่ลืมกำชับเรื่อง ลด ละ เลิก การใช้สารเคมีโดยไม่จำเป็น ให้เปลี่ยนแนวคิดมาใช้สารชีวภัณฑ์แทน นี้คือบทบาทและจิตวิญญาณของนักส่งเสริมการเกษตรครับ

มังคุดโบราณลานสกา

 

“มังคุด” ราชินีแห่งไม้ผล (Queen of Fruit) เป็นไม้ยืนต้นที่ให้ผลผลิตเป็นฤดูกาล อาจนับได้ว่าเป็นไม้คู่บ้านคู่เมืองของอำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช จากการสืบค้นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ การบอกกล่าวของผู้รู้ตำนาน และลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นมังคุด บ่งชี้ว่ามีอายุยาวนาน จนต้องเรียกว่ามังคุดโบราณหลายร้อยปี ที่ยังคงยืนต้นอย่างแข็งแรง สมบูรณ์ ยังให้ผลผลิตดกเป็นปกติ แถมมีรสชาติหวานอร่อย ผิวเปลือกบาง เนื้อสีขาวสด เมล็ดน้อย เป็นผลไม้ที่หารับประทานยาก ทางราชการกำลังเร่งรัดขึ้นทะเบียนมังคุดโบราณลานสกา เพื่อหามาอนุรักษ์ รักษา และส่งเสริมให้เกิดการรัก หวงแหน ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ และเชื่อมโยงกับการศึกษาดูงานและการท่องเที่ยวเกษตร สร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชนแห่งนี้

คุณชลินทร์ ประพฤติตรง เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ข้อมูลว่า ในพื้นที่อำเภอลานสกา โดยเฉพาะตำบลลานสกา และตำบลขุนทะเล ยังคงมีมังคุดโบราณยืนต้นอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่น่าจะต่ำกว่า 200 ต้น กระจายอยู่ในหมู่บ้าน ชุมชน บ้านเกษตรกร วัด โรงเรียน และที่ต่างๆ จากการบอกกล่าว และคาดคะเนอายุโดยอ้างอิงบริบท สิ่งแวดล้อม และประวัติศาสตร์ที่พอเทียบเคียงได้ ไม่น่าจะต่ำกว่า 300 ปี โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดได้ร่วมกับเกษตรกรในชุมชนได้มีความคิดที่จะสำรวจมังคุดโบราณ และจัดทำทะเบียนประวัติไว้ให้ชัดเจน มีระบบการจัดเก็บอย่างดี มีการถ่ายภาพต้นมังคุด ประวัติต้นมังคุด พิกัดที่ตั้ง เพื่อจัดเก็บในระบบคอมพิวเตอร์ และบันทึกในแผนที่ออนไลน์เพื่อการเผยแพร่สู่สากลต่อไป

“มอบให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรอำเภอลานสกา เกษตรกรภายใต้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เกษตรกรเจ้าของต้นมังคุดโบราณ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวชุมชน/ท่องเที่ยวเกษตร ได้ดำเนินการสำรวจ และขึ้นทะเบียนมังคุดโบราณอย่างจริงจัง”

คุณนิพนธ์ สุขสะอาด หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า แรงบันดาลใจให้คิดและนำเรื่องมังคุดโบราณมาเป็นประเด็นในการทำงานเชิงรุกและสร้างสรรค์ จากปี 2559 สำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครศรีธรรมราช และอำเภอลานสกา จัดกิจกรรม “ปันตะลุยสวนลานสกา” โดยนำนักปั่นและสื่อมวลชน ปั่นไปชิมผลผลิตมังคุด 300 ปี ที่วัดสรรเสริญ (วัดสอ) ตำบลขุนทะเล อำเภอลานสกา ปรากฏว่าผู้ที่ได้ชิมมังคุดทุกคนติดใจในรสชาติความอร่อยและหารับประทานยาก จึงเกิดแนวคิดร่วมกันว่าจะต้องสำรวจ ทำประวัติ (Story) อนุรักษ์และส่งเสริมให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยว และนำสู่การหารือกับผู้เกี่ยวข้อง และสรุปตกลงใจกันเพื่อสำรวจจัดทำทะเบียนมังคุดโบราณที่มีอายุตั้งแต่ 100 ปีขึ้นไป

ต้นมังคุดโบราณ อายุหลายร้อยปี ยังยืนต้นให้ดอกผลสมบูรณ์ ในอำเภอลานสกา

คุณนิพนธ์ บอกด้วยว่า จะเร่งดำเนินการสำรวจให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อนำไปเชื่อมโยงและกำหนดในแผนที่ท่องเที่ยวร่วมกับผู้ประกอบการและเครือข่ายต่อไป โดยระดมพลังจากเจ้าของต้นมังคุด พระ ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำในท้องถิ่น ประธาน ศพก. โดยการอำนวยความสะดวกและจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจ ถ่ายภาพ จับพิกัด GPS และจัดหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อจัดทำ Story มังคุดโบราณ เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยววิถีเกษตร และท่องเที่ยวชุมชนที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้

คุณวิเชียร มัชณิกะ ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอลานสกา หมู่ที่ 1 ตำบลลานสกา อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าว่า ศักยภาพของอำเภอลานสกาอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีอากาศบริสุทธิ์ มีน้ำสะอาด มีธรรมชาติที่งดงาม ทั้งน้ำตก ถ้ำ ภูเขา แหล่งน้ำธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และอาชีพการเกษตรที่หลากหลาย หรือ “สวนสมรม” หรือเกษตรผสมผสาน ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมั่นคงทางอาหารของคนลานสกาที่มีพร้อม และอยู่ใกล้กับตัวเมืองนครศรีธรรมราช แค่ 20 กิโลเมตร ใกล้สนามบิน ใกล้สถานีรถไฟ ทำให้ลานสกาเป็นเสน่ห์ทางการท่องเที่ยวอยู่ในลำดับต้นๆ ของจังหวัด

จังหวัดนครศรีธรรมราช มีศักยภาพทางการเกษตร เป็นพื้นที่ที่มีมังคุด เงาะ ทุเรียน ลองกอง ลางสาด จำปาดะ สะตอ พืชผักพื้นเมืองที่ปลอดสารพิษ สินค้าแปรรูปทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อ เช่น ทุเรียนกวน มังคุดกวน สะตอดอง ลูกประดอง โดยเฉพาะมังคุดโบราณ และมังคุดภูเขาที่เป็นสินค้าทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อของอำเภอลานสกาที่มีความเป็นที่สุดอยู่ในตัว

ท่านใดสนใจอยากมีส่วนร่วมและเสริมพลังชีวิตตามสโลแกน “เกิดมาหนึ่งชาติขอได้กราบพระธาตุเมืองนครฯ” และผู้เขียนต่อให้ว่า “และได้มานอนลานสกา” (อากาศดีที่สุดในประเทศไทย) “และได้ทานมังคุดโบราณ ลานสกา” แม้เพียงผลเดียวจะเกิดเป็น “ไตรความสุข” ความเป็นที่สุดและมงคลชีวิต จะเกิดขึ้นกับตัวท่านและครอบครัวเมื่อได้สัมผัส ณ บัดนั้น

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2564

ผสมดอกทุเรียนอำเภอนบพิตำ














 เกษตรนครฯ สาธิตผสมดอกทุเรียน อำเภอนบพิตำ 


      ค่ำคืนวันนี้ 7 เมษายน 2564 นายนิพนธ์ สุขสะอาด เกษตร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผสมดอกทุเรียน โดยมีนายสาทร หวังพัฒน์ นายอำเภอนบพิตำ ให้เกียรติร่วมงานในครั้งนี้เพื่อสาธิตและเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน และผู้ที่สนใจได้นำเทคนิคดีๆไปใช้เพิ่มผลผลิตทุเรียนให้ได้คุณภาพ กิจกรรมนี้จัดโดยสำนักงานเกษตรอำเภอนบพิตำ ในพื้นที่สวนทุเรียนของนางวิลาวัลย์ พันเผือก ตั้งอยู่หมู่ 5 ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช


     จากการผสานองค์ความรู้และประสบการณ์ของเกษตรจังหวัด ทำให้ได้แนวคิดที่ต้องการส่งเสริมให้ผู้ปลูกทุเรียนมีผลผลิตที่ได้คุณภาพ จึงได้ริเริ่มจัดงานนี้ขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราช


      อย่างเช่นค่ำคืนนี้ เมื่อตะวันพลบค่ำ ดอกทุเรียนบานสะพรั่งเต็มที่และส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ซึ่งดอกทุเรียนจะบานแค่คืนเดียวเท่านั้น จึงเป็นช่วงเวลาทองของเกษตรกรในการช่วยผสมเกสรดอกทุเรียนด้วยวิธีปัดดอก ให้เกิดการผสมพันธุ์ที่สมบูรณ์ ติดผลมากขึ้น ได้พูเต็มสวย ลูกกลมไม่บิดเบี้ยว เมล็ดเล็กหรือลีบ พิสูจน์มาแล้วจากเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย โดยเฉพาะในจังหวัดจันทบุรีที่ขึ้นชื่อเรื่องทุเรียนมาอย่างยาวนาน


     วิธีการปัดดอกทุเรียนนั้นไม่ยากแต่ต้องใช้ช่วงเวลาที่เหมาะสม ตั้งแต่ 19.00 น.-22.00 น. โดยใช้แปรงขนอ่อนปัดหน้าดอกทุเรียนเบาๆในทิศทางซ้ายขวา หน้าหลังและปัดย้อนกลับมาเบาๆ ซึ่งการปัดดอกยังสามารถกำหนดวันเก็บเกี่ยวได้แน่นอนขึ้น คือหลังจากปัดดอกทุเรียน ประมาณ 120 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพความชื้น ก็จะได้ทุเรียนคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาดและผู้ที่นิยมบริโภคทุเรียน