วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

เรรวน


 "เรรวน"


ธรรมชาติ แสนเรรวน ปั่นป่วนจิต

ลมเปลี่ยนทิศ ฝนเปลี่ยนกาล พาลสับสน

ทั้งพืชสัตว์ น้อยใหญ่ รวมทั้งคน

หลีกไม่พ้น ผลกระทบ ที่ตามมา


บ้างท่วมตาย บ้างโค่นล้ม เพราะลมแรง 

บ้างแห้งแล้ง โรคแมลง ทำลายล้าง

โรคนานา มากับยุง กับลิงค่าง

ทุกสิ่งอย่าง ล้วนเกิดตาม ความเรรวน 


เราจะหยุด ธรรมชาติ อาจจะยาก

แต่เรื่องปาก เรื่องท้อง ยังต้องหา

ความเรรวน ชวนมึนงง ปลงอนิจจา

แถมยังมา เกิดสงคราม ซ้ำให้จม


นิพนธ์ / ร้อยกรอง

วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

วันตื่นสาย

 













"วันตื่นสาย"


ตะวันสาย ชมไม้สวย ใบหลากสี

เท่าที่มี ค่อนข้างมาก หลากสีสัน

ทั้งถูกแพง สวยมากน้อย ปนเปกัน

ชมทุกวัน ดาษดื่นตา พาเพลิดเพลิน


บ้างแยกกอ แตกหน่อ ขยายต้น

เช่นดั่งคน สืบทายาท กระกูลสาย

แยกเหล่ากอ ใช่แตกแยก บ่อนทำลาย

แต่แยกไป เพื่อสืบสกุล  ให้ยืนยง


นิพนธ์ / ร้อยกรอง

ฝนดี


 "ฝนดี"


ฝนทั้งปี ดีทุกวัน มันเรื่องเศร้า

ฤาโลกเรา จะถึงคราว วิบัติสิ้น

โลกอับแสง การอาชีพ การทำกิน

อ่อนล้าสิ้น ฝนปั่นป่วน รวนทั้งปี


ผลไม้ ไม่ออกผล คนนั่งเศร้า

ตกค่ำเช้า จะกรีดยาง ก็ไม่ได้

ทนๆๆ จนๆๆ ยาวๆไป

คอยวันใหม่ คอยฝนฟ้า กลับมาดี


โลกแปรเปลี่ยน เห็นชัดๆ อุบัติใหม่

สัมผัสได้ ทั้งร้อนหนาว ทั้งโรคร้าย

มิอาจห้าม ธรรมชาติ วิบัติไป

นั่งทำใจ คนเกษตร เวทนาจริง


นิพนธ์ / ร้อยกรอง

วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

มนุษย์


 เป็นมนุษย์ นี้แสนสุด จะวุ่นวาย

เกิดจนตาย มีแต่ยุ่ง มุ่งเสาะหา

เรื่องอาหาร เรื่องบ้านอยู่ เรื่องรถรา

เรื่องหยูกยา เรื่องเสื้อผ้า เสาะหากัน

ต้องทำงาน ห้องหาเงิน ต้องเป็นหนี้

ต้องชิงดี ต้องแข่งขัน กันทุกหน

มีทะเลาะ มีทำลาย คนหนอคน

หากหลุดพ้น แม้บางข้อ ก็คงดี


หันไปดู หมู่นกกา ป่าคือบ้าน

เริงสำราญ สุขอยู่ได้ ตามประสา

ออกทำงาน ออกหากิน ตามเวลา

มันรู้ว่า เวลาหา(กิน) เวลานอน


บ้านอาศัย เอาใบหญ้า มารองรัง

ปกกำบัง ด้วยขน กันร้อนหนาว

ไม่ผ่อนรถ อยากไปไหน ก็บินเอา

โรครุมเร้า รู้รักษา ยาป่ามี


เทียบมนุษย์ กับนกกา พาแตกต่าง

หากปล่อยวาง ห่างจากสุข ทุกข์ผสม

เลิกกักตุน เหมือนนกกา คงน่าชม

หากสะสม บุญความดี มีคุณนาน


นิพนธ์ / ร้อยกรอง


วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

"นายกินเคมี ของดีให้คนใช้"


  "นายกินเคมี ของดีให้คนใช้" วลีเด็ด ที่ได้จากการแวะสนทนากับพี่ชายที่แสนดี เสี่ยชูศักดิ์ แพกุล @ วังแซ้ม มะขาม จันทบุรี เมื่อ 9 พฤษภาคม 2565 ต้นเรื่องมันมีอยู่ว่า...


การสนทนาเรื่อง การใช้สารปรับปรุงดิน ดินภูเขาไฟ ภูผา 999 เพื่อเป็นสารตั้งต้นในการแก้ปัญหาดินกรดลดโรคพืช ยาวต่อไปเรื่อง เกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ วิเคราะห์แลกเปลี่ยนกันในฐานะนักวิชาการอิสระที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร เข้าใจตรงกันว่า "เกษตรอินทรีย์" ส่วนใหญ่ยังเป็นทฤษฎี การนำมาใช้จริง การเข้าใจในเชิงลึกของระดับนโยบายยังมีน้อยแค่ผิวๆ งานเลยไม่โต และไม่ค่อยมีใครยอมรับความจริง เวลารายงานก็หยิบเอามาแต่ส่วนดี ฯลฯ ไม่ว่ากัน


ทำไมต้องจั่วหัวอย่างนี้ ก็เพราะเรื่องจริงมันเป็นแบบนี้ เวลาลูกน้องหาของฝากนาย (อาจจะมีบางคนเคยทำ) หาของที่สวยที่สุด แพงที่สุด แต่ไม่ได่คำนึงถึงสูตรมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งๆที่ถือคู่มืออยู่ เพื่อตอบโจทย์ "ฝากนายต้องพรีเมี่ยม"  หากใครอุตริ ไปหาของฝากที่ปลอดเคมีจริงๆ ลูกไม่ใหญ่ ผิวไม่สวย มีร่องรอยแมลง เพลี้ย หนอน ทำลายอยู่บ้าง โดนตะเพิดแน่นอน ทั้งๆที่หลักการเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย น่าจะพอเข้าใจได้


คงถึงบางอ้อแล้วใช่ไหมครับ ที่จั่วหัวไว้ ของฝากที่มีเคมี สวยๆ นาย และคูณนาย เอาไว้กินเอง ส่วนของฝากที่คัดมาอย่างดี ปลอดเคมีแน่นอน โยนไปหลังบ้าน ให้คนใช้กิน


เหตุการณ์นี้มีบ่อย ผมไม่สรุป แต่ลองช่วยคิดกันต่อว่า คนที่เอาของมาฝากนาย สองประเภทนี้ ใครได้ดีก่อนกัน #ส่วนนายกับคนใช้ใครได้กินของดีกว่ากัน...


พบกันใหม่นะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ทูตดินภูเขาไฟ


  https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=520856503075504&id=100054534755571

"ไม่รู้"


 ไม่รู้ ...คือปฏิเสธ

แล้วมาเป็นทำไม?...คือคำถาม

ตอบกี่ครั้งก็ไม่รู้ นั่นแหละ

และก็ไม่ต้องมาถามอีก ...เพราะถ้าถามอีกก็...ไม่รู้ไง... บ้ารึเปล่า ถามอยู่ได้