"น้ำท่วมทุกที ปัจจัยสี่หายไป"
ไม่ได้เรียกร้องเอาจากใคร เพราะเหตุเภทภัยเกิดจากธรรมชาติ
แต่ผมจะสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งนี้คือเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในเมืองคอนบ้านเรา (รวมทั้งประเทศด้วย) ปีหนึ่งฝนตกเฉลี่ย 1,600 มม โดยประมาณ ถ้ามากกว่านั่นก็เสี่ยง ถ้าตกกระจุกยิ่งเสี่ยง หลายคนรู้ เมื่อตกหนัก พื้นที่รับน้ำน้อยลง ท่วมแหงๆ..
ท่วมแล้ว !!! ปัจจัยสี่หายไปในพริบตา บ้านเรือน (บางคน) ไร้ที่อาศัย เครื่องนุ่งห่มเปียกปอน สูญหาย อาหาร หายหมดอดเกลี้ยง ไม่เหลือ แถมอาการเครียดโรคภัยรุมเร้า หยูกยาหายาก
เมิ่อน้ำท่วม ทุกอย่างประเดประดังสู่ที่สูง รวมทั้งถนน สะพาน อาคารเรียน ฯลฯ ไม่ว่าคน สัตว์เลี้ยง สิ่งของเคริ่องใช้ รถยนต์ และทุกรายการ รวมทั้งขยะปฏิกูล และสัตว์พิษที่ไม่พึงประสงค์
นี้คือเรื่องจริงที่ประจักษ์ชัด หลีกไม่ได้ ป้องกันได้บ้างบางเรื่องเท่านั้น
การคิดแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เป็นระบบ คิดกันไป ทำกันไป สถานการณ์ก็เปลี่ยนหนีเราไปเรื่อยๆเช่นกัน "สถานการณ์เปลี่ยน กลยุทธ์ต้องเปลี่ยน" อันนี้เรื่องจริง
"จอมปลวกยักษ์" ทางออกในการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ท่วมซ้ำซาก ท่วมสูง บริเวณกว้าง แนะนำให้ทำจอมปลวกยักษ์ เป็นที่หลบภัยสาธารณะของชุมชน โดยการขุดดินให้ลึกเท่าที่จะทำได้ เอาดินมาถมพื้นที่ให้กว้าง และสูงพอให้พ้นน้ำท่วม เพิ่อใช้เป็นพื้นที่สาธารณะ พักคน พักสัตว์ สำรองอาหารคน อาหารสัตว์ ที่เก็บน้ำสำรอง โรงครัวฉุกเฉิน การพบปะเยี่ยมเยียน ฯลฯ ในบ่อก่อเป็นที่สำรองน้ำในยามแล้ง แก้มลิงสาธารณะ และสามารถปลูกไม้ยืนต้น ไม้ใช้สอย พืชอาหาร พืชสมุนไพร เป็นปอดของชุมชน ได้เป็นอย่างดี
นี้คือหนึ่งในหลายๆทางออก ที่เราจะต้องช่วยกันคิดในสิ่งที่เป็นไปได้ และเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างมีปัญญาและยั่งยืน เราจะป้องกันไม่ให้ฝนตก ไม่ให้น้ำท่วม คงทำไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรให้เราอยู่กับธรรมชาติได้ อย่างลงตัว และสูญเสียน้อยที่สุด
นี้คือความคิดเฟสแรกที่นำสู่สาธารณะวันนี้ครับ
พบกันใหม่ตอนต่อไป
ด้วยความปรารถนาดีจาก
นายนิพนธ์ สุขสะอาด
เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช
6/12/63














ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น