อาชีพการปลูกมะละกอ เป็นอาชีพที่สร้างรายได้แบบรวยลัดิรวยเร็ว อยู่กับว่า ผู้ปลูกเลือกที่ปลูก เลือกสายพันธุ์ และการจัดการดูแลดีแค่ไหน รวมทั้งการจัดการเรื่องการตลาดเก่งหรือไม่ เพราะมันคือเป้าหมายสุดท้ายที่เกษตรกรทุกคนใฝ่ฝัน คือราคาดี รายได้ดี มีกำไร
เรดเลดี้ เป็นมะละกออีกสายพันธุ์หนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน แซงหน้าพันธุ์อื่นๆไปอย่างขาดลอย เรดเลดี้ มีจุดเด่นคือให้ผลผลิตเร็ว ลำต้นสูงแค่เลยเข่าก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผลผลิตมากกว่า 20-100 ผลต่อต้น มีผลผลิตติดต้นให้เก็บเกี่ยวต่อเนื่องตลอดทั้งปี และมีความต้านทานไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคใบด่างได้เป็นอย่างดี
คุณเฉลียว มีทองจันทร์ เกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer แห่งตำบลบางนบ อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้คิดริเริ่มปลูกมะละกอเรดเลดี้ ซึ่งขยายพันธุ์โดยวิธีการเพาะเนื้อเยื่อ ซึ่งได้ข้อมูลจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนๆในกลุ่ม Young Smart Farmer การหาข้อมูลทาง Social Media และหน่วยงานเกษตรในพื้นที่ จากการทดลองปลูกแปลงแรก มะละกอเรดเลดี้สามารถให้ผลผลิตสร้างรายได้ อย่างน่าพอใจ จึงได้ตัดสินใจปลูกเพิ่มอย่างจริงจัง จำนวน ...แปลง จำนวน ... ต้นให้ผลผลิต และสร้างรายได้สัปดาห์ละประมาณ...ผล หรือประมาณ...กิโลกรัม สร้างรายได้อย่างน่าพอใจยิ่ง มะละกอสายพันธุ์นี้สามารถให้ผลผลิตไว ทนทานต่อโรคและแมลง ผิวผลแข็งไม่เละ ไม่ช้ำง่ายเวลาขนส่ง ผลสุกเนื้อสีแดงเข้มสวย รสชาติความหวานฉ่ำสูงถึง 15 องศาบริกซ์ เป็นที่ต้องการของตลาดสูงมาก
คุณเฉลียว มีทองจันทร์ คนหนุ่มผู้รักถิ่นฐานแห่งลุ่มน้ำปากพนัง ผู้ได้รับอานิสงส์จากโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง น้ำแล้ง เส้นทางคมนาคม ไฟฟ้า การจัดการดิน และการมีโอกาสเข้าร่วมเรียนรู้ ตามโครงการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ของกรมส่งเสริมการเกษตร จึงทำให้มีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งความรู้ และมีนักวิชาการจากสำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอ เป็นพี่เลี้ยงตลอด
การดูแลรักษา คุณเฉลียว มีทองจันทร์ กล่าวว่า เริ่มต้นการเตรียมพื้นที่ปลูก จะต้องขุดคูยกร่องให้สูงเพราะพื้นที่แถบนี้เป็นที่นา และมะละกอไม่ชอบน้ำท่วม หลังจากขุดแปลงจะต้องทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง ปรับปรุงดินด้วยอินทรีย์วัตถุ และสารปรับสภาพดิน เตรียมหลุม และนำต้นกล้าพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ มาลงหลุมปูก ข้อดีของการปลูกด้วยต้นเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ คือจะไม่กลายพันธุ์ ไม่มีต้นตัวผู้ และเจริญเติบโตดีมากการใส่ปุ๋ยก็ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ตั้งแต่รองก้นหลุม และใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี เป็นระยะ ๆ ช่วงต้นยังเล็กใส่ปุ๋ยสูตรที่ตัวหน้าสูงๆ เช่น 25-7-7 หลังจากอายุ 1 เดือนไปแล้ว จะเปลี่ยนสูตรปุ๋ยเป็นสูตรเสมอ เช่นิสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 จากนั้นอีกประมาณ 1-2 เดือนใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 เพื่อบำรุงตาดอก มะละกอจะเริ่มติดผล
จากนั้นประมาณ 2-3 เดือน ก็ต้องมาดูอีกทีว่าต้นสมบูรณ์แข็งแรงไหม ถ้าแข็งแรงเราก็ใส่ปุ๋ยเร่งดอกนิดหนึ่งคือสูตร 8-24-24 2 เดือนใส่ครั้ง แล้วก็กลับมาใส่สูตรเสมอ 15-15-15 หรือ 16-16-16 ต่อเนื่องทุก 10 วัน เหมือนเดิม”
.
การเก็บเกี่ยวผลผลิต เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในเดือนที่ 7 แตกต่างจากการปลูกมะละกอทั่วไปที่ต้องใช้เวลาถึง 9 เดือนถึงเก็บผลผลิตได้ ปลูกครั้งเดียวเก็บผลผลิตได้นาน 2-3 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการจัดการดูแลเป็นองค์ประกอบ หากมีการดูแลจัดการดีผลผลิตจะเก็บเกี่ยวได้นานและเก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่อง โดยการเก็บผลผลผลิตของที่สวนจะเก็บอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ปริมาณผลผลิตในช่วงแรกจะยังไม่มาก แต่เมื่ออายุต้นมากขึ้นผลผลิตจะเพิ่มขึ้นต


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น