#รองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และคณะลงพื้นที่นครศรีฯ ติดตามสถานการณ์มังคุดและพบปะเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมัน
วันนี้ 29 พฤษภาคม 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายปรีชา ชนะกิจกำจร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์มังคุดจากตัวแทนชาวสวนมังคุด 23 กลุ่ม ใน 21 อำเภอที่มีพื้นที่ปลูกมังคุดของจังหวัดนครศรีธรรมราช และเตรียมการขับเคลื่อนการบริหารจัดการไม้ผลปี 2564 ณ วิทยาลัยการอาชีพหัวไทร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช
โดยนายนิพนธ์ สุขสะอาด เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้บรรยายสรุปสถานการณ์การผลิตมังคุดของจังหวัดนครศรีธรรมราช ในปี 2564 ที่มีปริมาณผลผลิตประมาณ 63,000 ตัน จะออกสู่ตลาดมากสุดในช่วงเดือนกรกฎาคม และหลังจากนั้น ร้อยตรีอรุณ บุญวงศ์ ประธานเครือข่ายไม้ผลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สรุปแนวทางการจัดการผลผลิตมังคุด รวมทั้งปัญหาอุปสรรคที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เช่น การขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยว การเคลื่อนย้ายแรงงานของล้ง อาจจะมีอุปสรรคจากการแพร่ระบาดของโรค COVID 19 โดยเสนอให้มีการจัดระเบียบล้ง และการแก้ไขปัญหามังคุดด้อยคุณภาพจากต่างพื้นที่เข้ามาขายในจังหวัดนครศรีธรรมราช
สำหรับประเด็นการจัดการมังคุด นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ปัญหา ดังต่อไปนี้
1. ผ่อนปรนแรงงานข้ามจังหวัดเนื่องจากขาดแคลนแรงงานเก็บมังคุดและรวบรวมมังคุด
2. จัดระเบียบผู้รับซื้อมังคุด(ล้ง)โดยให้ติดป้ายแสดงราคารับซื้อมังคุด ตั้งแต่ 8.00 น. เพื่อให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกรที่นำมาขาย และบังคับใช้กฎหมายกับผู้ซื้อที่กดราคา
3. แก้ไขปัญหามังคุดนอกพื้นที่สวมรอย ด้วยการทำตราสินค้าให้มังคุดนครศรีฯ
4. แก้ไขปัญหาความล่าช้าในการออกมาตรฐาน GAP โดยการสำรวจเกษตรที่ต้องการรับรองมาตรฐาน พร้อมจัดทำแผนดำเนินการจนกว่าจะครบตามจำนวนที่ได้สำรวจไว้
จากนั้นนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และคณะเดินทางไปยังจุดรับซื้อพริกเขียวมันของนางขวัญใจ รสทิพย์ ในพื้นที่ หมู่ 6 ตำบลทรายขาว อำเภอหัวไทร เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาพริกเขียวมันราคาตกต่ำ ซึ่งขณะนี้ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือเกษตรกรโดยโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง เพื่อชดเชยราคาพริกที่ตกต่ำในกิโลกรัมละ 5 บาท
อย่างไรก็ตามเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมัน หรือเกษตรกรที่ปลูกพืชมากกว่า 1 ชนิดในพื้นที่เดียวกัน ควรแจ้งขึ้นทะเบียนเกษตรกรตามความเป็นจริงในลักษณะการปลูกพืชแซมหรือแบบผสมผสาน เพื่อรองรับการช่วยเหลือจากภาครัฐได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น